
อดีต38สว.มั่นใจแจงปมถอดถอนได้
อดีต 38 สว.มั่นใจชี้แจงปมถอดถอนได้ เชื่อสนช.ไม่มีใบสั่งพิจารณา เตรียมหารือในกลุ่ม 10 ก.พ.นี้
อดีต 38 สว.มั่นใจชี้แจงปมถอดถอนได้ เชื่อสนช.ไม่มีใบสั่งพิจารณา เตรียมหารือในกลุ่ม 10 ก.พ.นี้
พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์ หนึ่งในอดีต 38 สว. ซึ่งถูกยื่นถอดถอนกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาสว.โดยมิชอบ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มอดีต 38 สว.ยังไม่ได้คุยในรายละเอียดว่า จะมีแนวทางต่อสู้อย่างไร เพราะยังมีเวลาอีกนานกว่าจะถึงวันแถลงเปิดดคี แต่เท่าที่พูดคุยเชื่อว่าคดีที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นถอดถอนจะเบากว่าคดีของนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา
ทั้งนี้ เนื่องจากอดีตสว. ทำตามคำสั่งตามที่ประธานมีคำสั่งให้ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ และเมื่อมีการลงมตินั้น ก็มีผู้เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และไม่ลงคะแนน แต่ทำไมคนที่ถูกชี้มูลความผิด จึงเป็นคนที่ลงมติเห็นด้วย ทั้งที่สมาชิกทุกคนก็โหวตลงมติเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่า คดีของอดีต 38 สว.น่าจะได้รับผลบวกมากกว่า โดยยกตัวอย่างจากคดีนายนิคมและนายสมศักดิ์ อีกทั้ง การดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการทำตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 291 ที่ให้สมาชิกรัฐสภาลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราได้ และการลงมติถือเป็นเอกสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 130
ขณะที่นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต 38 สว. กล่าวว่า จากการพูดคุยเบื้องต้นเห็นว่า ทุกคนสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ทุกคน เพราะแต่ละคนมีเหตุผล เพราะที่ผ่านมากลุ่ม 38 สว.ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่ทุกคนไม่เคยได้ชี้แจงผ่านเวที ตรงนี้ถือเป็นโอกาส
อย่างไรก็ตาม การชี้แจงครั้งนี้จะให้เกียรติสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทุกคน ได้พิจารณาข้อมูลที่จะนำไปชี้แจง และเชื่อว่าคงไม่มีใบสั่งจากใคร และไม่มีธง โดยดูจากการมติการลงคะแนนคดีนายนิคมและนายสมศักดิ์ มั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ทุกกรณี เพราะสิ่งที่ทำไปเป็นเรื่องอุดมการณ์ ไม่มีเจตนากระทำผิด
ด้านนายประสิทธิ์ โพธสุธน อดีต 38 สว. ระบุว่า ไม่หนักใจกับเรื่องดังกล่าว และคงจะได้มีการหารือกัน ซึ่งปกติก็มีการนัดพบปะสังสรรค์กันเป็นประจำอยู่แล้ว เบื้องต้นกำหนดหารือไว้ในวันที่ 10 ก.พ. ส่วนแนวทางคงมอบหมายให้ตัวแทนไปชี้แจงต่อที่ประชุมสนช. เพราะไม่อยากให้ยืดเยื้อ ซึ่งคนที่ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมยังไม่ถูกถอดถอน ดังนั้นสมาชิกจะโดนได้อย่างไร เพราะเป็นการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิก ซึ่งมีเอกสิทธิคุ้มครองอยู่แล้ว







