
กก.ปรองดองหนุนคืนความเป็นธรรมให้นักโทษการเมือง
เสนอรัฐตั้งคณะทำงานเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมตั้งแต่ 48-57 รับถอดถอน "ยิ่งลักษณ์" มีผลต่อบรรยากาศโดยรวม
เสนอรัฐตั้งคณะทำงานเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมตั้งแต่ 48-57 รับถอดถอน "ยิ่งลักษณ์" มีผลต่อบรรยากาศโดยรวม
นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะกรรมการคณะทำงานศึกษาแนวทางการสร้างการปรองดอง สปช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง โดยพิจารณากรณีการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2548 – 2557 ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เช่น นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิต จากเหตุชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 เสนอให้มุ่งเน้นการอำนวยความยุติธรรมผู้ที่ถูกคุมขังคดีการเมืองที่ยังไม่ได้รับการประกันตัวให้ได้รับความยุติธรรม ให้ได้รับการประกันตัวออกมาโดยเร็วที่สุด ส่วนนางนิชา ธุวธรรม ภรรยาของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เสนอให้ภาครัฐดำเนินการจัดเสวนาในพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันต่อกระบวนการสร้างความปรองดอง
นอกจากนี้ คณะทำงานยังเห็นว่าการอำนวยความยุติธรรมมีความสำคัญมาก เพราะตามหลักการผู้ถูกขังถ้าคดียังไม่ถึงที่สุดยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง อิสรภาพของประชาชนที่ถูกคุมขังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก และยังเป็นการคำนึงถึงมนุษยธรรมสำหรับผู้ต้องขังที่มีความพิการด้วย แต่ในส่วนของคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยังไม่มีการพูดถึง เพราะสังคมเห็นว่าข้อหาดังกล่าวเป็นเรื่องร้ายแรง และหากสปช.จะไปเยี่ยมผู้ถูกคุมขังทางการเมือง เพื่อแสดงความเอื้ออาทรก็จะมีการพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกันจะมีการประสานไปยังนพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน รวมถึงญาติผู้ได้รับความเสียหาย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อคณะทำงานฯ โดยไม่เลือกสี เลือกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม คณะทำงานยังมีแนวคิดที่อยากพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้ประกันหรือไม่ให้ประกัน รวมถึงการสร้างความยุติธรรม เช่น ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประธานศาลฎีกา อัยการสูงสุด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง อยากจะเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการเยียวยาดูแลและอำนวยความยุติธรรม ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2548 – 2557 ซึ่งประกอบด้วย บุคคลจากหลายฝ่ายที่ได้รับการยอมรับ โดยขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะตอบรับข้อเสนอหรือไม่ ซึ่งขณะนี้คณะทำงานฯ ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยจะจัดทำเป็นจดหมายให้ ประธานสปช.ลงนาม เพื่อเสนอรัฐบาลโดยเร็ว และคณะทำงาน จะทำงานแข่งกับเวลา และเห็นว่าในเดือน ก.พ.ถือเป็นเดือนแห่งความรัก และในเดือน เม.ย.ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย และวันผู้สูงอายุ จึงอาจมีกิจกรรมที่ทำให้คนไทยหันหน้าเข้าหากัน
นายบุญเลิศ กล่าวต่อว่า คณะทำงานยังได้พูดถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าคงมีผลกระทบต่อบรรยากาศความปรองดองอยู่บ้าง เพราะการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี อาจทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งรู้สึกผิดหวัง ต้องการให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงมาสมัครรับเลือกตั้งอีก แต่ในส่วนของความร่วมมือตามพื้นที่ต่างๆ ต่อกระบวนการสร้างความปรองดอง คณะทำงานฯ ไม่มีความเป็นห่วงในจุดนี้ อย่างไรก็ตาม คณะทำงานยังคงต้องทำงานกันต่อไป โดยเริ่มต้นจากปัญหาของประชาชนที่เดือดร้อนก่อน ส่วนเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่
ภาพประกอบข่าว







