
จับตากรีซงัดข้อยุโรป เขย่าเสถียรภาพเงินยูโร
กระแสตอบรับจากทั่วโลกต่อชัยชนะของอเล็กซิส ไซปราส หัวหน้าพรรคไซรีซา ในการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศกรีซ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูจะไม่ค่อยเป็นไปในทางบวกสักเท่าไรนัก เห็นได้จากค่าเงินยูโรที่ปรับตัวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี และตลาดหุ้นหลายประเทศในเอเชียปรับตัวร่วงลงอย่างต่อเนื่องหลังทราบข่าว
กระแสตอบรับจากทั่วโลกต่อชัยชนะของอเล็กซิส ไซปราส หัวหน้าพรรคไซรีซา ในการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศกรีซ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูจะไม่ค่อยเป็นไปในทางบวกสักเท่าไรนัก เห็นได้จากค่าเงินยูโรที่ปรับตัวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี และตลาดหุ้นหลายประเทศในเอเชียปรับตัวร่วงลงอย่างต่อเนื่องหลังทราบข่าว
เพราะถึงผลการเลือกตั้งจะเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้า แต่จุดยืนของไซปราสที่ต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดตามแนวทางทรอยกา คณะกรรมการร่วมผู้ตรวจสอบวินัยการคลังยุโรป ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของกรีซ อันประกอบด้วย คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กลับทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักอดวิตกไม่ได้ว่าเสถียรภาพของยุโรปอาจมาถึงจุดแตกหัก
กระทั่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดอย่างการที่กรีซออกจากสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ใช้เงินสกุลยูโร (ยูโรโซน) และตามด้วยการล่มสลายของเงินยูโรในที่สุด
ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจกันเล็กน้อยเสียก่อนว่าเหตุผลที่หัวหน้าพรรคไซรีซา ผู้มีแนวคิดต่อต้านทรอยกาแบบสุดโต่งได้รับเสียงสนับสนุนจากชาวกรีซอย่างล้นหลาม เนื่องจากชาวกรีซไม่อาจทนรับแผนปฏิรูปจากทรอยกาได้อีกต่อไป
แม้ว่าแผนรัดเข็มขัดข้างต้นจะแลกกับเงินช่วยเหลือก้อนใหญ่และช่วยให้กรีซหลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยมาได้อย่างหวุดหวิด แต่การปฏิรูปที่มีทั้งการยกเลิกสวัสดิการ ปลดข้าราชการ และตัดเงินบำนาญ ได้ดันให้อัตราว่างงานกรีซพุ่งสูงถึง 25.5% โดยเป็นคนหนุ่มสาวในวัย 25-35 ปีมากที่สุด ทำให้ชาวกรีซส่วนใหญ่มีรายได้จัดอยู่ในระดับคนยากจน
ดังนั้น ทันทีที่ไซปราสก้าวเข้ามาพร้อมนโยบาย “พอกันทีกับแผนรัดเข็มขัด” รวมถึงเสนอแผนผลักดัน “เจรจาเพื่อตัดลดหรือยกเลิกหนี้กรีซกับทรอยกา” ชาวกรีซส่วนใหญ่จึงเริ่มมีความหวังและไม่ลังเลที่จะเทใจเทคะแนนให้พรรคไซรีซาในที่สุด
ทว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่พรรคไซรีซาชนะ แต่อยู่ทีี่พรรคไซรีซาจะดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้งมากน้อยแค่ไหน อย่างไร
แน่นอนว่า ด้วยปริมาณหนี้กรีซในปัจจุบันที่สูงถึง 175% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) กรีซยังคงจำเป็นต้องได้รับเงินช่วยเหลือจากทรอยกามูลค่า 2.4 แสนล้านยูโร รวมถึงแหล่งกู้ยืมเงินดอกเบี้ยถูกจากอีซีบี เพื่อรักษาเครดิตความน่าเชื่อถือของตนบนเวทีเศรษฐกิจโลก
กระนั้นต่อให้จำเป็นอย่างไร นักวิเคราะห์หลายสำนักประเมินว่ามีความเป็นไปได้มากที่ไซปราส ผู้นำคนใหม่กรีซจะเพิ่มเงื่อนไขในการเจรจากดดันอีซีบี ไอเอ็มเอฟ และอีซี เพื่อรักษาวาจาที่ตัวเองได้ลั่นไว้ขณะหาเสียงเลือกตั้ง
กรณีที่ประนีประนอมหน่อย ไซปราสอาจขอแค่การปรับโครงสร้างหนี้หรือตัดลดยอดหนี้ และทำตามแผนปฏิรูปบางส่วนแลกกับเงินช่วยเหลือ ส่วนกรณีที่สุดโต่งไม่เกรงใจเจ้าหนี้เลยก็คือขอยกเลิกหนี้ทั้งหมด หรือยอมผิดนัดชำระหนี้ ไม่เอาเงินช่วยเหลือและไม่ยอมรับเงื่อนไขใดๆ ซึ่งจะทำให้กรีซต้องออกจากสถานะสมาชิกภาพยูโรโซนไปโดยปริยาย
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ถึงจะมีความเป็นไปได้ แต่ไซปราสไม่น่าจะเลือกทางสุดโต่ง ที่ไม่เพียงแต่สร้างความขุ่นข้องหมองใจในหมู่ชาติสมาชิกยูโรโซนเท่านั้น แต่จะยังส่งผลถึงเสียงสนับสนุนจากนักการเมืองภายในประเทศในการจัดตั้งรัฐบาลของตนเอง
ขณะเดียวกัน ก็เป็นท่าทีของไซปราสในระหว่างรอฟังผลการเลือกตั้งที่ยอมรับกลายๆ ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กรีซยังจำเป็นต้องอยู่กับยูโรโซนและค่าเงินยูโรต่อไป ดังนั้น ความเป็นไปได้ของการเจรจาเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้กับทรอยกาจึงมีมากกว่า
ยิ่งเมื่อ เจน ไวด์แมน ผู้ว่าการธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) ออกมาส่งสัญญาณแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ความช่วยเหลือจะมีขึ้นก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขโครงการช่วยเหลือตามนโยบายที่ทรอยกาวางไว้เท่านั้น ขณะที่รัฐมนตรีคลังเบลเยียมก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่าการปรับโครงสร้างหนี้เป็นเรื่องที่คุยกันได้ แต่กรีซต้องเคารพกฎสหภาพการเงินของกลุ่ม ดังนั้น
ไซปราสย่อมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปิดฉากเจรจา
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่ว่า กรีซอาจไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของอีซีบีที่เพิ่งจะประกาศใช้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยการกว้านซื้อพันธบัตรรัฐบาลของชาติสมาชิก โดยอีซีบีระบุชัดว่าแผนคิวอีขั้นต้นนี้ยังไม่ครอบคลุมการซื้อบอนด์รัฐบาลกรีซ ก็ยิ่งกลายเป็นแรงบีบสำคัญให้ไซปราสต้องเลี่ยงการแตกหัก
ยังไม่นับรวมความจริงที่ว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หลังจากตกอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจกรีซตกอยู่ภายใต้ความระส่ำอย่างหนัก ดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์กรีซปรับตัวลดลงถึง 1 ใน 5 ของมูลค่าทั้งหมด ขณะที่ผู้ฝากเงินในบัญชีธนาคารกรีซก็แห่ถอนเงินออกจากระบบหลายพันล้านยูโร
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการเจรจาจะบรรลุข้อตกลงได้โดยง่าย เมื่อทั้งกรีซและทรอยกาเองต่างก็มีจุดยืนที่ไม่อาจยอมถอยให้กัน ส่งผลให้การพูดคุยครั้งนี้จะเป็นไปอย่างตึงเครียดแน่นอน
จุดยืนสำหรับกรีซและพรรคไซรีซาก็คือฐานอำนาจทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งหมายถึงการทำตามความคาดหวังของประชาชนที่ไม่ขอทนกับแผนรัดเข็มขัด และเปิดทางให้รัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อสวัสดิการสังคมอีกครั้ง
ในส่วนจุดยืนสำหรับอีซีบี อีซี และไอเอ็มเอฟ ก็คือเสถียรภาพของค่าเงินยูโรโดยรวม ซึ่งหมายความครอบคลุมถึงการที่กรีซจะยังคงเป็นสมาชิกยูโรโซนกับความปลอดภัยของชาติสมาชิกอื่นๆ ที่จะต้องไม่เผชิญความเสี่ยงแบกรับภาระหนี้จากการตัดสินใจของกรีซ จนนำไปสู่การล่มสลายของสกุลเงินยูโร
ทั้งนี้ ไม่ว่าผลเจรจาจะเป็นเช่นไร ประเด็นหนึ่งที่นักวิเคราะห์ค่อนข้างมั่นใจก็คือ ยุโรป โดยเฉพาะยูโรโซน น่าจะต้องปวดหัวปวดใจกับปัญหาของกรีซต่อไปอีกนานแน่นอน







