posttoday
ปฏิรูปท่องเที่ยวไทย (3)

ปฏิรูปท่องเที่ยวไทย (3)

27 มกราคม 2558

หากเราต้องการที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนมั่นคง เพื่อให้ธุรกิจทุกแขนงที่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติในปัจจุบัน สามารถเติบโตในวิถีธุรกิจอย่างมีความน่าเชื่อถือ สามารถทำกำไรจากการประกอบการอย่างมีเสถียรภาพ ห่างไกลจากการลด หรือตัดราคาสินค้า อาทิ ค่าบริการทัศนาจร อัตราค่าที่พัก ค่าอาหารเครื่องดื่ม พร้อมทั้งมีศักยภาพเพียงพอที่จะนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในระบบเศรษฐกิจไทย เพื่อลดการขาดดุลการค้า และดุลการชำระเงินของประเทศอีกส่วนหนึ่ง

หากเราต้องการที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนมั่นคง เพื่อให้ธุรกิจทุกแขนงที่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติในปัจจุบัน สามารถเติบโตในวิถีธุรกิจอย่างมีความน่าเชื่อถือ สามารถทำกำไรจากการประกอบการอย่างมีเสถียรภาพ ห่างไกลจากการลด หรือตัดราคาสินค้า อาทิ ค่าบริการทัศนาจร อัตราค่าที่พัก ค่าอาหารเครื่องดื่ม พร้อมทั้งมีศักยภาพเพียงพอที่จะนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในระบบเศรษฐกิจไทย เพื่อลดการขาดดุลการค้า และดุลการชำระเงินของประเทศอีกส่วนหนึ่ง

เราควรที่จะจัดทำข้อมูลสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ ให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงให้มากที่สุด เราจะต้องลืมเรื่องวิธีการทำงานรวมทั้งสถิติตัวเลขในอดีต ที่อาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แอบแฝง ทั้งในด้านนโยบายและการปฏิบัติ เราควรเริ่มต้นใหม่ วางนโยบายและกรอบการปฏิบัติงานใหม่อย่างโปร่งใส เพื่อที่จะได้มีแรงจูงใจในการลงทุน เพื่อการสร้างงาน สร้างอาชีพจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ คู่ขนานไปกับความภาคภูมิใจในภาพลักษณ์ใหม่ที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่จับต้องได้อย่างเป็น
รูปธรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชน

นอกเหนือไปจากสถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผมอยากจะให้ปฏิรูปการนับและแยกแยะสถิติค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อคนต่อวันระหว่างที่พำนักในประเทศไทยเสียใหม่ ให้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงให้มากกว่านี้ครับ หากค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเหล่านี้บางชาติระหว่างที่อยู่ในเมืองไทยจะดูน้อยมาก ก็ให้น้อยไปตามนั้นเถอะครับ เรามาช่วยกันหาทางแก้ไขร่วมกันไม่ดีกว่าหรือครับ ผมเห็นว่าไม่ควรใส่ตัวเลขเสริมเกินจริงเพื่อให้ดูดี เพื่อให้ถูกใจผู้บริหารสูงสุดภาครัฐทั้งที่มาจากฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ทั้งที่ความจริงเป็นตัวเลขที่สร้างภาพเพื่อลบปมด้อยในความสามารถของการทำงานมากกว่าสะท้อนประสิทธิผลที่แท้จริง

ลองดูตัวอย่างนักท่องเที่ยวจากอินเดียนะครับ ในปี 2556 มีเข้ามาเมืองไทยจำนวน 1,028,414 คน มีวันพักเฉลี่ยต่อคน 7.14 วัน ช่วยชี้แจงหน่อยเถอะครับว่าพี่น้องชาวอินเดียเหล่านี้ไปพักที่แหล่ง
ท่องเที่ยวไหนบ้างครับ ทั้งๆ ที่โปรแกรมท่องเที่ยวประเภทกรุ๊ปทัวร์ส่วนใหญ่ที่ขายกันในเมืองมุมไบ เมืองเดลฮี เมืองโกลกาตาส่วนใหญ่ก็จะเป็น 4 คืนแบ่งเป็น กรุงเทพฯ 2 คืน พัทยา 2 คืนเท่านั้นนะครับ ส่วนนักท่องเที่ยวแขกประเภทเดินทางอิสระอาจจะพักมากกว่านี้แต่ไม่ถึงสัปดาห์หรอกครับ ยกเว้นนักท่องเที่ยวประเภทมาเยี่ยมญาติ พักบ้านญาติหรือพวกที่แอบมาประกอบอาชีพทำมาหากินในบ้านเรานั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หรืออาจจะมีพวกมาจัดงานแต่งงาน กลุ่ม MICE กับถ่ายภาพยนตร์แต่ก็มีจำนวนไม่สูงพอที่จะทำให้ค่าเฉลี่ยเบี่ยงเบนไปในทางสูงถึง 7.14 วันได้หรอกครับ

สถิติค่าช็อปปิ้ง 2,048.43 บาท/คน/วันก็น่าสงสัยถึงที่มาที่ไปเช่นเดียวกัน เพราะ ปัจจุบันพี่น้องชาวอินเดียไม่นิยมซื้อสินค้าของที่ระลึกจากไทยมากหรอกครับ สมัยก่อนนี้อาจเป็นได้ที่นิยมซื้อทีวี LCD/LED จากเมืองไทยกลับบ้านกันเพราะราคาแตกต่างจากบ้านเขากว่า 30% แต่ปัจจุบันรัฐบาลอินเดียเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเหล่านี้สูงขึ้น ทำให้ความนิยมขน LCD/LED ลดน้อยลงไป ในขณะเดียวกันสินค้ายอดนิยมที่ทำรายได้ให้ประเทศไทยจำนวนมาก คือ พวกเพชร พลอย ทองคำก็ไม่สามารถขายให้กับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้เมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวชาติอื่น อาทิ จีน รัสเซีย ยุโรป ฯลฯ ดังนั้นในปัจจุบันร้านค้าของที่ระลึกเหล่านี้บางแห่งไม่ยินดีต้อนรับกรุ๊ปทัวร์จากอินเดียด้วยซ้ำไปครับ

ถ้าคำนวณตามสถิติของหน่วยงานภาครัฐ ที่รายงานว่าพี่น้องชาวอินเดียใช้จ่ายเฉพาะช็อปปิ้งอย่างเดียว ต่อคนต่อวัน 2,048.43 บาทคูณด้วยวันพักเฉลี่ย 7.14 วัน/คน จะเป็นเม็ดเงินรวมทั้งสิ้น 14,625.79 บาท/คน อัตรานี้ไม่ได้รวมค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าที่พักโรงแรม ค่าบริการนำเที่ยว ค่าสันทนาการต่อคนต่อวันอีกนะครับ

ขอเป็นข้อเขียนเพิ่มเติมต่อไปตอนหน้า ยังจบไม่ได้ครับ เพราะตามความเป็นจริง ณ วันนี้แล้ว ตลาดทัวร์อินเดียกำลังใกล้จะเป็นทัวร์ประเภท 0 เหรียญเข้าไปทุกวันแล้วละครับ แถมราคาทัวร์ 5 วัน 4 คืนจากอินเดียมาไทย เริ่มต้นกันที่ 18,999 รูปี/คน หรือเป็นเงินไทยเพียงแค่หมื่นบาทเศษๆ เท่านั้น อัตรานี้รวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ค่าโรงแรม ค่าทัศนาจร ค่าอาหารเช้า ค่ารถรับส่งสนามบิน ในขณะที่ตัวเลขของทางการไทยรายงานว่า นักท่องเที่ยวอินเดียมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 5,505.39 บาท/คน/วัน หรือใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 39,308.48 บาทต่อการพำนักในประเทศไทยต่อครั้ง ตัวเลขนี้ไม่รวมค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไปกลับอินเดียนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท