
ดีเอสไอรับ‘โอ้โห’ เป็นคดีพิเศษแล้ว
ดีเอสไอรับคดีอาหารเสริมลดความอ้วน “โอ้โห” มีสารอันตรายต้องห้ามไซบูทรามีน เป็นคดีพิเศษ
ดีเอสไอรับคดีอาหารเสริมลดความอ้วน “โอ้โห” มีสารอันตรายต้องห้ามไซบูทรามีน เป็นคดีพิเศษ
นายสมพร ทิพยโสตนัยนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 6 (ดีเอสไอ) และ พ.ต.ต.หญิงศุภวรรณ โพธิ์นาค พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ได้รับมอบสำนวนคดีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วนยี่ห้อ “โอ้โห” มีสารอันตรายต้องห้ามไซบูทรามีน จาก ร.ต.อ.วิชัย พรมรักษา ตัวแทนพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้ว
นายสมพร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายวรกร ยิ้มอยู่ และ น.ส.ศิรินทรา เส็งสิน สองสามีภรรยาเจ้าของบริษัท โอ้โห สลิมพลัส รวมทั้งผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม คือ น.ส.รุ่งนภา คำมินทร์ กรรมการผู้จัดการ และ น.ส.สุพรรษา โคลงกาพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนว่า แล็บโบราโทรี่ ตั้งอยู่เลขที่ 1/1 ถนนร่มเกล้า แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. ที่ถูกว่าจ้างให้ทำการผลิตสินค้าดังกล่าว ในข้อหาจำหน่ายอาหารปลอม หรือจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี
นายสมพร กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับเรื่องทั้งหมดเพื่อไปดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมรวบรวมหลักฐานต่างๆ ทั้งในเรื่องของการตรวจสอบทรัพย์สินของบริษัท โอ้โหฯ ซึ่งเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายมานานกว่า 1 ปี ว่าได้เสียภาษีถูกต้องตามที่ได้แจ้งกับสำนักงานสรรพากร ภาค 7 หรือไม่ โดยภายหลังจากรับมอบสำนวนคดีก็จะทำการสรุปสำนวนคดีส่งอัยการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเรื่องเป็นคดีความขึ้น ทางบริษัท โอ้โหฯ ก็ยังได้มีการผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วน ออกมาจำหน่ายในโลกออนไลน์อีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจ้งว่า สามารถจัดจำหน่ายได้ตามปกติ แต่ถ้าหากตรวจพบว่ายังมีสารต้องห้ามผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ ก็จะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง โดยจะให้ทางสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง







