
ยธ.ตั้งชุดทำงานใหม่ล่าตัวการคดีเครดิตยูเนียน
รองปลัด ยธ. เร่งเครื่องปราบโกงสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ตั้งชุดทำงานใหม่ล่าตัวการใหญ่
รองปลัด ยธ. เร่งเครื่องปราบโกงสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ตั้งชุดทำงานใหม่ล่าตัวการใหญ่
เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีกลุ่มสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอช่วยทำคดีหลังจากคดีไม่มีความคืบหน้าว่า ภายหลังประชุมร่วมกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ข้อสรุปว่า จะมีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนใหม่โดยให้ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 เป็นหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนใหม่ โดยให้มารับผิดชอบคดีดังกล่าว พร้อมให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไออีก 3 นาย เข้ามาช่วยสืบสวนทำงาน ประกอบด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้อำนวยการสำนักคดีการเงินการธนาคาร พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 ชุด 1.ชุดสอบสวน 2.ชุดติดตามเส้นทางการเงิน และ3.ชุดติดตามทรัพย์สิน การดำเนินคดีในขณะนี้ยังไม่พบผู้ต้องหาเพิ่มเติม เบื้องต้นมีเพียง 5-6 รายเท่านั้น ซึ่งจะต้องมีการขยายผลเพิ่มเติมต่อไป
“คดีนี้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากรับมอบสำนวนคดีแล้วจะมีการเรียกประชุมคณะทำงานในวันจันทร์ที่ 2 ก.พ.นี้ และให้ทางสหกรณ์ฯ ตั้งตัวแทนขึ้นมาเพื่อช่วยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในการติดตามสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนคดีนี้ไม่ได้กำหนดเรื่องของระยะเวลาการทำงาน แต่จะต้องดูที่พยานหลักฐาน ตรวจสอบเช็คจำนวนกว่า 800 ฉบับ เพื่อหาเส้นทางการเงินว่ามีใครมีส่วนเกี่ยวข้องและมีอำนาจเหนือกว่านายศุภชัยอีกหรือไม่ รวมถึงผู้อยู่เบื้องหลังด้วย”พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวอีกว่า จะมีการตรวจสอบรูปแบบการได้มาซึ่งตำแหน่งของผู้บริหาร ว่ามีความโปร่งใสเพียงใด และเป็นไปอย่างถูกกฎระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์หรือไม่ รวมถึงกรณีการออกเช็คตั้งแต่ปี 2552-2555 จำนวนกว่า 800 ฉบับ มูลค่าความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท ต้องตรวจสอบว่าเงินเหล่านี้มีการโอนไปให้ใครบ้าง อย่างไรก็ตามจะมีการประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่าดำเนินคดีถึงไหน ซึ่งจะมีการเสนอความเห็นกรณีดังกล่าวให้มีการดำเนินการเรื่องการฟอกเงินเพิ่มไปด้วย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจากการประสานงานกับ ปปง. พบว่าได้มีการอายัดทรัพย์สินไปแล้วกว่า 302 รายการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท เช่นโฉนดที่ดินในอำเภอสีคิ้วกว่า 300 แปลง และมีการคืนให้นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนจั่น ผู้ต้องหารายสำคัญ จำนวน 36 แปลง ก่อนนำไปขายในราคา 100 ล้านบาท และนำเงินที่ได้ส่งให้สหกรณ์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการบริหารและจ่ายสมาชิกบางส่วน
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ยังกล่าวอีกว่า ได้สอบถามไปยังผู้บริหารของสหกรณ์ที่ได้เงินจากการขายที่ดินจำนวน 100 ล้านบาท ได้จ่ายเงินคืนไปให้กับสมาชิกคนใดบ้าง ซึ่งได้รับคำชี้แจงจากผู้บริหารว่าเป็นเพียงพ่อค้าธรรมดาไม่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นความจริงหรือไม่
ส่วนกรณีที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวนายศุภชัย เหมาะสมหรือไม่ พ.ต.อ.ดุษฎี ระบุว่า ตนไม่สามารถตัดสินความคิดเห็นแทนนายธวัชชัย ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้นายธวัชชัย ได้ทำหนังสือชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้กับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ,ชัชวาล สุขสมจิตต์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และตนเอง แต่ถ้าเป็นตนจะมีการพิจารณาเหตุผลว่าเรื่องนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายของคนจำนวนมากและมีหน่วยงานราชการหลายแห่งนำเงินมาฝากไว้กับสหกรณ์แห่งนี้ จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย “หากเป็นผมคงไม่ทำเช่นนี้”
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนยืนยันได้คัดค้านการประกันตัวนายศุภชัย ทุกครั้ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลและจำนวนหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันด้วย







