posttoday
จงทนทุกข์กันต่อไปเถิด

จงทนทุกข์กันต่อไปเถิด

26 มกราคม 2558

สัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสไปชาร์จแบตพักผ่อนสมองที่ต่างแดน ก็สำรวจสอดส่องดูบ้านดูเมืองเขาไปตามเรื่อง และได้ตั้งโจทย์ไว้ในใจก่อนเดินทางว่า ต้องไปขอค้นหาอัตลักษณ์ทางความคิดของคนที่นั่นว่า ไฉนคนที่นั่นถึงขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพ มีวินัยจนทั่วโลกให้การยอมรับ ต่างจากคนในบ้านเมืองเราที่นอกจากจะไม่ผ่านมาตรฐานสากลแล้ว ยังตะบี้ตะบันห้ำหั่นกันเองอย่างเอาเป็นเอาตาย

สัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสไปชาร์จแบตพักผ่อนสมองที่ต่างแดน ก็สำรวจสอดส่องดูบ้านดูเมืองเขาไปตามเรื่อง และได้ตั้งโจทย์ไว้ในใจก่อนเดินทางว่า ต้องไปขอค้นหาอัตลักษณ์ทางความคิดของคนที่นั่นว่า ไฉนคนที่นั่นถึงขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพ มีวินัยจนทั่วโลกให้การยอมรับ ต่างจากคนในบ้านเมืองเราที่นอกจากจะไม่ผ่านมาตรฐานสากลแล้ว ยังตะบี้ตะบันห้ำหั่นกันเองอย่างเอาเป็นเอาตาย

โอกาสต่อไปจะหยิบยกเรื่องราวในต่างแดนมาเล่าสู่กันฟัง อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงเมืองนอกเมืองนา แต่ในยุคโซเชียลมีเดียครองโลก ก็มิวายที่จะเงี่ยหูฟังข่าวความเคลื่อนไหวภายในประเทศเรา ตามประสาคนที่เป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง และคอยเอาใจช่วยพลพรรค คสช.และรัฐบาลขุนทหารให้พลิกฟื้นประเทศ ปิดจ๊อบปฏิรูปให้เสร็จตามโรดแมปโดยเร็ว

ส่วนตัวเห็นดีด้วยกับการที่ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูจะให้ความสำคัญกับปัญหาด้านเศรษฐกิจพอสมควร มีการเรียกบรรดาบิ๊กเนมในวงการธุรกิจเข้าไปปรับทัศนคติ เอ๊ย!! ล้อมวงพูดคุย อัพเดทสถานการณ์อย่างเป็นกันเอง

อดแปลกใจไม่ได้ว่า เหตุใด นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จึงเลือกคุยเฉพาะกรอบของ คสช. หนีบเอาแค่หัวหน้าและรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.เข้าร่วม ไม่ยักชวน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลเข้าไปฟังด้วย ก็หวังว่าวงพูดคุยที่ใช้เวลากันไป 4 ชั่วโมงเศษ จะมีอะไรเป็นประโยชน์ออกมาให้แก่สังคมไทยบ้าง ไม่ใช่มัวแต่หยอดคำหวานให้กัน
ท่าเดียว

ทราบมาว่า วันนั้นภาคเอกชนแต่ละรายถือโอกาสนำเสนอปัญหาต่อนายกฯ แบบตัวต่อตัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยากให้รัฐบาลรีบดันเงินงบประมาณของภาครัฐให้ออกโดยเร็ว เพื่อให้มีเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบ เพราะรัฐบาลเคยประกาศไว้ในแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงที่ทำงบประมาณเสร็จใหม่ๆ แต่ถึงตอนนี้ก็ติดขัดเงินค้างท่อไม่ไหลออกมาตามที่โม้ไว้คำโต

ที่ไม่ชอบใจเอาเสียเลยกับคำให้สัมภาษณ์ของคุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ปลอบรัฐบาลว่า อย่ากังวลกับภาวะซบเซาของเศรษฐกิจไทย เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดูจะไม่ยี่หระกับวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศ

หนักไปกว่านั้น คุณศุภลักษณ์ อัมพุช ผู้บริหารห้างยักษ์ใหญ่เครือเดอะมอลล์ ที่พูดเห็นดีเห็นงามกับการคงประกาศกฎอัยการศึก แถมการันตีด้วยกำไรของห้างเรือธงของตัวเองที่โตกว่า 25% เมื่อปีก่อนว่า ไม่กระทบการท่องเที่ยวอีกต่างหาก คุณศุภลักษณ์บอกด้วยว่า ทุกวันนี้ที่ทหารเข้ามาบริหารประเทศ ทำให้รู้สึกปลอดภัย นอนหลับฝันดีหน้าตาสดใสกว่าปกติด้วย

นี่แหละหนาความคิดของ “นายทุน” ที่เลือกแต่คำหวานมาเอาใจ “ท่านผู้นำ” ผู้กุมชะตาชีวิตประเทศไทย จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนในประเทศเราถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

ขอพูดต่อไปถึงเรื่องราคาพลังงาน ที่วันนี้ราคาน้ำมันโลกลดลงอย่างฮวบฮาบเป็นประวัติการณ์ และยังไม่มีทีท่าจะเงยหัวพุ่งขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ ก็ด้วยสาเหตุใหญ่จากการเมืองระหว่างประเทศของมหาอำนาจ ถือว่าเป็นอานิสงส์ที่ทำให้คนไทยได้ใช้น้ำมันถูกลงด้วย บรรเทาอาการสาหัสจากภาวะข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจฝืดเคืองไปได้ระดับหนึ่ง ว่ากันตามความจริง ราคาน้ำมันและราคาพลังงานในไทยน่าจะถูกกว่านี้ได้อีก

เพราะราคาน้ำมันโลกที่เราอ้างอิงลดลงมามากกว่าครึ่ง จากที่เคยแตะระดับ 110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาวันนี้เหลือไม่ถึง 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็เข้าใจดีว่ามีปัจจัยอื่น ทั้งการเก็บภาษีสรรพสามิต หรือการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ อยู่ ทำให้จะปุบปับลดราคาตามทิศทางตลาดโลกเลยคงทำไม่ได้

มีโอกาสได้ไปค้นคว้าหาข้อมูลราคาน้ำมันในไทยช่วงข้ามเกี่ยวปลายปีจนขึ้นปีใหม่ ไล่ดูตั้งแต่ปี 2555-2556 ปี 2556-2557 เปรียบเทียบกับตอนนี้ปี 2557-2558 เทียบบัญญัติไตรยางศ์ง่ายๆ โดยยึดเอาราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบ เทียบกับราคาน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ของไทย ดูเปอร์เซ็นต์ที่ลดลงแตกต่างกันอย่างลิบลับ บางช่วงราคาน้ำมันโลกลด น้ำมันไทยกลับขึ้น เอากับเขาสิ

เมื่อเดือน ม.ค. 2555 น้ำมันดิบตลาดดูไบอยู่ที่ 109.73 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่แก๊สโซฮอล์ 95 ของไทย อยู่ที่ 34.49 บาท/ลิตร พอมาเดือน ม.ค. 2558 น้ำมันดิบดูไบเหลือ 47.11 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 ของไทย อยู่ที่ 27.90 บาท/ลิตร

ถือว่าราคาน้ำมันตลาดดูไบลดลงไปกว่า 70% แต่ราคาน้ำมันในไทยลดไปราว 10% กว่าเท่านั้น เอาเถอะ เชื่อว่าภาครัฐย่อมมีเหตุผลเป็นร้อยเป็นพัน อธิบายได้ว่าทำไมราคาน้ำมันไทยถึงไม่ลดลงมากกว่านี้ หรือทำไมคนไทยต้องใช้น้ำมันแพง ก็มีข้ออ้างทั้งเรื่องค่าการผลิต ภาษีสรรพสามิต เงินกองทุนน้ำมันฯ ส่วนฟังขึ้นไม่ขึ้นก็อยู่ที่ประชาชน ส่วนตัวผมบอกได้เลยว่าฟังยาก เพราะเวลาที่น้ำมันขึ้นพรวดๆ ก็อ้างราคาตลาดโลกตลอด พอทิศทางของโลกลดแบบหัวปักดิน กลับกระมิดกระเมี้ยนที่จะลดราคา ทีจะขูดรีดก็เอากันแบบเต็มข้อ พอชาวบ้านจะเป็นประโยชน์บ้าง กลับไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เอากับเขาสิ ประเทศไทย

อีกเรื่องที่ชอบเอาราคาน้ำมันไปเป็นข้ออ้าง ก็พวกข้าวของเครื่องอุปโภคบริโภคที่ขึ้นเอาๆ กับเหตุผลต้นทุนในการขนส่งและอะไรจิปาถะที่พุ่งขึ้น แต่พอน้ำมันถูกลง กลับอัลไซเมอร์ไม่ยักจะลดราคาลงตาม อาหารจานเดียว-ก๋วยเตี๋ยวข้างทางบัดนี้ราคาขั้นต่ำแตะหลัก 50 บาทเข้าไปแล้ว ยังไม่นับบรรดาร้านดังที่ราคาถีบตัวไปตามชื่อเสียง หรือบรรดาแม่บ้านที่จับจ่ายใช้สอยซื้อของสดกันตามตลาด ก็รู้ดีว่าถูกเอารัดเอาเปรียบราคาพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อะไรต่างๆ นานาก็ขึ้นเอาๆ ไม่เห็นมีทีท่าจะลดตามราคาน้ำมัน

นี่เป็นตัวอย่างวิบากกรรมของคนไทยในยุคข้าวยากหมากแพง (เว่อร์) แต่ชนชั้นนำ ทั้งรัฐบาลหรือนายทุนกลับมีวิสัยทัศน์ตีบตัน อ้างโน่นนี่นั่นไปเรื่อย ไม่คิดที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง พอถูกจี้ถามก็ยกวิกฤตทั่วโลกมาพร่ำแบบน้ำขุ่นๆ

หรือจริงๆ แล้วท่านคิดไม่เป็น ทำไม่ได้ อย่างที่ผมสงสัยมานาน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท