
ดาวเคราะห์น้อยผ่านใกล้โลก
วันที่ 26 ม.ค. 2558 ดาวเคราะห์น้อย 2004 บีแอล 86 (2004 BL86) ขนาดราว 500 เมตร
วันที่ 26 ม.ค. 2558 ดาวเคราะห์น้อย 2004 บีแอล 86 (2004 BL86) ขนาดราว 500 เมตร จะผ่านใกล้โลกด้วยระยะห่าง 1.2 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 3 เท่า ของระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ โดยไม่มีโอกาสชนโลก นับเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่จะผ่านใกล้โลกที่ระยะนี้
ผลการคำนวณล่าสุดแสดงว่า 2004 บีแอล 86 จะใกล้โลกที่สุดในเวลา 23.19 น. ของวันที่ 26 ม.ค. 2558 ตามเวลาประเทศไทย อยู่ในตำแหน่งที่สังเกตได้ดีจากประเทศไทย โดยเคลื่อนจากกลุ่มดาวท้ายเรือในซีกฟ้าใต้ขึ้นไปยังกลุ่มดาวปูในซีกฟ้าเหนือ แต่การเข้าใกล้โลกครั้งนี้ไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องอาศัยกล้องสองตาขนาดใหญ่หรือกล้องโทรทรรศน์ โดยเห็นเป็นจุดคล้ายดาวทั่วไป
นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงนี้เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2547 ด้วยกล้องโทรทรรศน์ในโครงการลีเนียร์ (LINEAR) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก ชื่อดาวเคราะห์น้อยบ่งบอกถึงปีคริสต์ศักราชที่ค้นพบตัวอักษรและตัวเลขตามหลังใช้บอกถึงเดือนและลำดับการค้นพบในปีนั้น เป็นดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 357439 ในบัญชีดาวเคราะห์น้อย โดยยังไม่มีการตั้งชื่อสามัญ
2004 บีแอล 86 โคจรรอบดวงอาทิตย์ในวงโคจรรูปวงรีที่มีความรีสูง จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ระหว่างวงโคจรของดาวศุกร์กับโลก จุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี มีคาบการโคจรยาวนานประมาณ 1.84 ปี ระนาบวงโคจรทำมุมเอียง 24 องศา กับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์
2004 บีแอล 86 จัดเป็นดาวเคราะห์น้อยที่อาจเป็นอันตรายต่อโลกได้ เนื่องจากวงโคจรตัดผ่านวงโคจรของโลกและมีขนาดใหญ่มากพอจะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในกรณีที่พุ่งชนโลก อย่างไรก็ตามผลการคำนวณพยากรณ์การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ในอนาคต พบว่ายังไม่มีโอกาสชนโลกภายใน 200 ปีข้างหน้า
ด้วยระยะห่างและขนาดที่ใหญ่เมื่อเทียบกับดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกดวงอื่นๆ ทำให้ดาวเคราะห์น้อย 2004 บีแอล 86 จะสว่างที่สุดราวโชติมาตร 9 (โชติมาตรใช้บอกความสว่างของวัตถุท้องฟ้า ยิ่งมีค่าน้อยยิ่งสว่าง ดาวที่มีโชติมาตร 6.5 ถือว่าเริ่มสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าภายใต้ท้องฟ้าที่มืดสนิท) ดังนั้นดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จึงไม่สว่างพอเราจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่นับว่าสว่างในระดับที่สังเกตได้ในกล้องสองตาขนาดใหญ่และกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก
นอกจากการสังเกตในคลื่นแสงด้วยกล้องโทรทรรศน์ นาซามีแผนจะสังเกตดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุโกลด์สโตนในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์หนึ่งในเครือข่ายดีปสเปซ โดยยิงคลื่นไมโครเวฟเป็นลำไปสะท้อนผิวของดาวเคราะห์น้อย การสังเกตด้วยคลื่นไมโครเวฟช่วยให้ทราบถึงสมบัติต่างๆ ทั้งรูปร่าง คาบการหมุนรอบตัวเอง ทิศทางของแกนหมุน และขนาดที่แม่นยำของดาวเคราะห์น้อย ยิ่งดาวเคราะห์น้อยมีขนาดใหญ่และใกล้โลกมาก ก็ยิ่งได้ข้อมูลที่มีความละเอียดสูง สามารถสร้างแบบจำลองสามมิติ ปรับปรุงข้อมูลวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยให้มีความแน่นอนมากขึ้น ทำให้พยากรณ์การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์น้อยด้วยความแม่นยำสูง
ในบรรดาดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกที่มีขนาดใกล้เคียงกันเท่าที่มีการค้นพบแล้ว 2004 บีแอล 86 นับว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยที่จะผ่านใกล้โลกที่สุดจนกว่าจะถึงการเข้าใกล้ของดาวเคราะห์น้อย 1999 AN10 ที่ระยะห่างใกล้เคียงระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ในปี 2570 ซึ่งคาดว่าจะสว่างถึงโชติมาตร 7 (สว่างกว่า 2004 BL86) และสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายในกล้องสองตา
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า(25 ม.ค.-1 ก.พ.)
ท้องฟ้าเวลาหัวค่ำมีดาวศุกร์และดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์สว่างสองดวงทางทิศตะวันตก ดาวศุกร์สว่างกว่าดาวอังคารหลายเท่า จึงเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท ดาวอังคารอยู่สูงกว่าแต่จางกว่าดาวศุกร์มากและมีสีค่อนไปทางสีส้ม ต่างจากดาวศุกร์ที่เห็นเป็นสีขาวเมื่ออยู่สูงห่างจากขอบฟ้า ทั้งคู่อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ สัปดาห์นี้ดาวศุกร์ตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ส่วนดาวอังคารตกช้ากว่าราวครึ่งชั่วโมง ช่วงที่ใกล้ตกจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสี โดยดาวศุกร์จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือส้ม เนื่องจากแสงเกิดการหักเหในบรรยากาศโลก
ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ขึ้นเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่เวลา 1 ทุ่ม เริ่มสังเกตเห็นได้ในอีกราว 30 นาทีถัดมา ซึ่งเป็นเวลาที่ดาวพฤหัสบดีลอยสูงห่างจากขอบฟ้ามากขึ้น ดาวพฤหัสบดีผ่านเหนือศีรษะในเวลาตี 1 แล้วย้ายไปอยู่ทางทิศตะวันตกในเวลาเช้ามืด
ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวแมงป่อง เริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ประมาณตี 2 ครึ่ง ถึงตี 3 ทางทิศตะวันออก ค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นดาวเสาร์จะเคลื่อนสูงขึ้นจนอยู่สูงราว 40-50 องศา เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง
สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้น จันทร์เสี้ยวผ่านใกล้ดาวยูเรนัสในช่วงหัวค่ำของวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค. โดยดาวยูเรนัสอยู่ทางซ้ายมือด้านบนของดวงจันทร์ ห่างกัน 0.6 องศา สังเกตได้ด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงในวันที่ 27 ม.ค. จากนั้นคืนวันที่ 29 ม.ค. จะเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอัลเดบารันหรือดาวตาวัวในกลุ่มดาววัวที่ระยะห่าง 3 องศา
ค่ำวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. สถานีอวกาศนานาชาติผ่านเหนือประเทศไทย มองเห็นเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเริ่มเห็นสถานีอวกาศใกล้ขอบฟ้าทิศใต้ในเวลา 19.12 น. โดยเคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย ถึงจุดสูงสุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 19.14 น. ที่มุมเงย 24 องศา จากนั้นสถานีอวกาศจะหายเข้าไปในเงามืดของโลกในอีกไม่เกิน 1 นาที
เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. เริ่มเห็นสถานีอวกาศในเวลา 05.49 น. ขณะออกจากเงามืดของโลกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มุมเงย 23 องศา จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นถึงจุดสูงสุดเหนือศีรษะในเวลา 05.51 น. แล้วเคลื่อนต่ำลง สิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 05.54 น.
ค่ำวันเดียวกันเริ่มเห็นสถานีอวกาศใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 19.04 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นถึงจุดสูงสุดเหนือศีรษะในเวลา 19.07 น. แล้วเคลื่อนต่ำลง เข้าสู่เงามืดของโลกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 19.09 น. ที่มุมเงย 15 องศา (เวลาอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย)







