
แนวคุ้มครองพระพุทธศาสนา ในรัฐธรรมนูญ
ตอนที่แล้ว คอลัมน์นี้เสนอประเด็นเบื้องต้นในเรื่อง รัฐธรรมนูญใหม่คุ้มครองข่าวศาสนา
ตอนที่แล้ว คอลัมน์นี้เสนอประเด็นเบื้องต้นในเรื่อง รัฐธรรมนูญใหม่คุ้มครองข่าวศาสนา มาจบถึงข้อเสนอว่าด้วยรัฐต้องใช้ศาสนาสร้างความปรองดอง พร้อมทั้งหลักการและเหตุผล และคำอธิบาย จบที่ความเห็นว่าการให้ความเคารพ ยกย่องคนรวย โดยมองข้ามพฤติกรรมอันทุจริต มักมีสาเหตุจากความหย่อนยานในศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม เป็นสิ่งละเอียดอ่อนระดับจิตสำนึกซึ่งมีเพียงศาสนาเท่านั้นที่เข้าถึงได้
วันนี้เป็นอีกตอนหนึ่ง ว่าด้วยการคุ้มครองศาสนา ที่คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการศาสนา (ได้แก่) ศ.กิตติคุณ สุกัญญา สุดบรรทัด รศ.กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล น.ส.อ่อนอุษา ลำเลียงพล เสนอวันที่ 2 ธ.ค. 2557 ตามแบบเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการปฏิรูป ค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ
ประเด็นที่เสนอให้บรรจุในร่างรัฐธรรมนูญ
การคุ้มครองข่าวสารศาสนา
1.ประเด็นที่เสนอให้บรรจุในร่างรัฐธรรมนูญ การคุ้มครองศาสนา : ศาสนาเป็นสถาบันหลักของชาติ จึงต้องคุ้มครองการนำเสนอข่าวสารศาสนาผ่านสื่อทุกชนิดให้เป็นไปด้วยความสร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อความตั้งมั่นแห่งศรัทธาของมหาชน
รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 79 บัญญัติไว้ว่า รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านานและศาสนาอื่น...รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงต้องคงไว้ซึ่งกรอบคิดของการคุ้มครองนี้
2.คำอธิบายประกอบประเด็นที่นำเสนอในข้อ 1
ศาสนาเป็นดังแก่นแกนของต้นไม้แห่งสังคมไทย การล่วงล้ำก้ำเกินจนถึงระดับของการกล่าวร้ายทำลายกัน ย่อมสั่นสะเทือนและกัดเซาะความแข็งแกร่งของต้นไม้นั้น จนไม่อาจให้ร่มเงาเป็นที่พึ่งแห่งมหาชน
ข่าวสารศาสนาต้องได้รับการคุ้มครองจากการว่าร้ายทำลายกันที่เรียกว่า ประทุษวาจา (Hate Speech) อันเป็นเหตุแห่งความแตกแยก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประทุษวาจาที่ปรากฏในสื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online Social Network)
การสื่อสารด้วยอารมณ์ที่แฝงด้วยอคติ ปราศจากการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน บางครั้งด้วยภาษาที่ดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ถือได้ว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ตกเป็นข่าว ในระดับสังคมสร้างความแตกแยกและไม่สร้างสรรค์ จึงต้องคุ้มครองการนำเสนอข่าวสารประเภทนี้ผ่านสื่อทุกชนิด
ประทุษวาจา หรือวาจาที่สร้างความเกลียดชัง อาจเป็นเหตุโน้มน้าวใจให้ผู้อื่นกระทำผิดทางอาญาอันเนื่องจากความเกลียดชัง แต่ยังไม่มีกฎหมายบัญญัติอย่างชัดเจนเกี่ยวกับความผิดนี้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่บุคคลและแก่สังคม
3.หลักการและเหตุผลที่เสนอ
หลายทศวรรษที่ผ่านมา ข่าวสารทางศาสนาในสังคมไทยเต็มไปด้วยภาพเชิงลบในขณะที่ภาพเชิงสร้างสรรค์มีเพียงเล็กน้อย ทำให้ศรัทธาสั่นสะเทือน บุคลากรทางศาสนาขาดกำลังใจ รู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม และตั้งข้อสงสัยในพลังของตนในการจะสร้างสิ่งดีงามแก่ประเทศชาติ
ในเครือข่ายสังคมออนไลน์หลายเว็บไซต์สร้างความแตกแยก ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะมองไปข้างหน้าที่เป้าหมายเดียวกันคือสังคมอุดมธรรม สร้างความกลมกลืนด้วยการแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง
ใช้ศาสนาสร้างความปรองดอง
แบบเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการศาสนา คณะกรรมาธิการปฏิรูป ค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ เสนอในวันที่ 2 ธ.ค. 2557
เรื่องการใช้ศาสนาสร้างกระบวนการสามัคคีปรองดอง
1.ประเด็นที่เสนอให้บรรจุในร่างรัฐธรรมนูญ
ใช้ศาสนาสร้างกระบวนการสามัคคีปรองดอง ส่งเสริมให้สื่อ (Media) ทุกชนิดนำหลักธรรมทางศาสนาที่มีมาตรฐานร่วมกันขั้นพื้นฐานมาเชื่อมร้อยสังคมให้เกิดความเข้าใจและมีเมตตากรุณาต่อกัน รู้จักการให้อภัย ส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาที่จะนำไปสู่สังคมสามัคคีปรองดอง
ทั้งนี้ ต้องมีการจัดสรรคลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรของชาติให้ด้านศาสนาอย่างเหมาะสม สนับสนุนเนื้อหาทางศาสนาที่มีเป้าหมายตามวรรค 1
2.คำอธิบายประกอบประเด็นที่นำเสนอในข้อ 1
ส่งเสริมให้บุคลากรทางศาสนานำหลักธรรมคำสอน และหลักปฏิบัติทางศาสนามาใช้สร้างความสมานฉันท์ในหมู่ประชาชน หลักธรรมดังกล่าว เช่น อริยสัจ 4 มัชฌิมาปฏิปทา พรหมวิหาร 4 และหิริโอตตัปปะ จะต้องได้รับการตอกย้ำไปสู่ประชาชนเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการสนทนาอย่างสร้างสรรค์ระหว่างบุคคลหรือกลุ่มอื่น ส่งเสริมสนับสนุนการเปิดพื้นที่สาธารณะเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ และการมีส่วนร่วมในการประกอบกิจกรรมทางศาสนาตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง
การสื่อสารศาสนาต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและรอบด้าน สื่อต้องเปิดพื้นที่สาธารณะแห่งการสร้างสรรค์สังคมอุดมศาสนปัญญา ถอดรื้ออคติต่อผู้ต่างความเชื่อ ประกอบสร้างวาทกรรมด้านบวกแห่งความเห็นอกเห็นใจ การยอมรับผู้อื่น ความเมตตากรุณา และการให้อภัยต่อกัน
ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างศาสนาเพื่อยกระดับคุณธรรมในสังคมไทยอย่างได้ผล ส่งเสริมการเรียนการสอนศีลธรรมในทุกระดับ ในระดับอุดมศึกษาต้องเป็นแหล่งศิลปวิทยาการและการวิจัยทางศาสนาทั้งระดับชาติและนานาชาติ ให้ความสำคัญกับวิชาศาสนาเปรียบเทียบเพื่อความรู้ความเข้าใจอันดีต่อกัน
3.หลักการและเหตุผลที่เสนอ
สังคมไทยปัจจุบันเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ขาดความเกื้อกูลเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แยกกลุ่มแยกฝ่าย เข้าใจหลักธรรมที่ผิวเผินและพร้อมจะไหลไปตามกระแส บรรยากาศเช่นนี้ทำให้คนคิดหักล้างทำลายกันและคิดแต่ประโยชน์ตนมากกว่าประโยชน์สังคมในภาพรวม
ถ้า กมธ.บรรจุข้อเสนอเรื่องการคุ้มครองข่าวศาสนาไว้ในรัฐธรรมนูญจริง สื่อมวลชนจะเสนอข่าวศาสนาแบบอิสรเสรีมิได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อถาม มานิจ สุขสมจิตร คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะทำงานสื่อสารกับสังคม ก็ได้รับคำตอบว่า คงไม่ได้บรรจุในรัฐธรรมนูญตามที่มีผู้เสนอ เพราะจะเป็นรายละเอียดเกินไป แม้กระทั่งที่มีผู้พยายามเสนอให้บรรจุว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย ก็ไม่ได้บรรจุไว้ เพราะในรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้แล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพุทธมามกะ







