โลกไซเบอร์ สังคมที่ขาดการกลั่นกรอง
เข้าตำรา “หมองูตายเพราะงู” เมื่ออยู่ดีๆ “ประธานชมรมนักรบไซเบอร์” ที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน
เข้าตำรา “หมองูตายเพราะงู” เมื่ออยู่ดีๆ “ประธานชมรมนักรบไซเบอร์” ที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันไล่ล่ากวาดล้างบรรดาเว็บหมิ่นฯ เว็บโป๊ มานักต่อนัก กลับเจอย้อนศรต้องจุกกับ “คลิปหน้าเหมือน” ที่ ติ่ง-มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ยืนยันว่าไม่ใช่ตัวเธอ และประกาศเดินหน้าลุยกัดไม่ปล่อย เอาผิดทุกคนที่เกี่ยวข้องให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมต่อไป
มัลลิกา ออกตัวว่า สังคมไซเบอร์เป็นสังคมที่ขาดการกลั่นกรอง ถ้ามีอคติต่อกันก็พร้อมจะทำร้ายกันได้ตลอดเวลา พร้อมยืนยันอีกครั้งชัดๆ ว่า คนหน้าเหมือนในคลิปไม่มีทางใช่เธอแน่นอน เพราะ 1.เท่าที่ทราบ คลิปนี้มีมานานแล้ว คนในวงการที่เขาดูเห็นว่ามีมานานแล้วปล่อยกันมาเป็นปีๆ อยู่ในคลาวด์ชุดหนังโป๊ คลิปแม่ค้าอะไรสักอย่าง ซึ่งทีมไซเบอร์ได้วิเคราะห์หมดแล้ว
2.โครงสร้างหน้าอาจมีบางมุมเหมือนกัน แต่ดูรายละเอียดปุ๊บคุณจะเห็นว่าไม่ใช่ พอดูคลิปชุดที่สองจะเห็นไม่ใช่ แต่พอชุดอื่นที่เบลอๆ อาจจะชวนสันนิษฐานได้ว่าเหมือน 3.บริเวณไหล่ของผู้หญิงคนในคลิปมีรอยสัก แต่คำว่าสักไม่สามารถมายุ่งกับมัลลิกาได้ เพราะเราไม่มีรสนิยมแบบนั้น
“ไหล่นี่เราเป็นคนโชว์ไหล่มาตลอด เพราะเราเป็นคนไหล่ใหญ่ เวลาใส่ชุดราตรีเราโชว์ไหล่มาตลอด บนไอจีเรามีรูปโชว์ไหล่มาทุกระยะเมื่อ 2ปีก่อน 4 ปีที่แล้ว 8 ปีที่แล้ว หรือรูปเมื่อตอนแต่งงานรูปล่าสุดเราไม่มีรอยสัก”
4.แหวน มัลลิกาไม่เคยใส่แหวน ยกเว้นแหวนชัตดาวน์ นอกนั้นไม่เคยใส่แหวนอยู่แล้ว เราข้อมือใหญ่ ใส่แหวนไม่ได้ 5.รูปร่างไม่ใช่ เราเป็นนักกีฬา มีกล้ามเนื้อ รูปร่างจะไม่เผละ ส่วน “ไส้ใน” คงไม่มีใครมาเห็นของเรา และเราไม่ได้ไปแหกพิสูจน์ให้ใครเห็น แต่กับโครงสร้างหน้าคนอาจเอาไปตีขลุมได้
“แต่ประเด็นคือ เราไม่ซีเรียส ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ส่วนใครจะไปจินตนาการให้มันใช่เรื่องของมึงแล้ว ก็ไม่เกี่ยว การระมัดระวังตัวมีมาตลอด ไม่ว่าใครจะมีคลิปอะไรก็ตาม ไม่มีทางที่จะมีมัลลิกา เพราะ ไม่ใช่เป็นคนมีรสนิยมถ่าย ไม่ได้เป็นคนมีรสนิยมแปลกๆ แบบนั้น ขนาดจะถ่ายรูปปกติ เซลฟี่ ถ่ายกับเพื่อน ถ่ายกับแฟน เรายังมีความระมัดระวังตลอดเวลา เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ แล้วการระมัดระวังตัวมีมาตั้งแต่สมัยอยู่ไอทีวี เป็นผู้ประกาศแล้ว”
เราใช้ชีวิตลำบากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว เราไม่มีทางที่จะต้องมานั่งเผลอไผลอะไรอย่างนั้น ไม่มีทาง แต่กับคนที่ไม่รู้จักเราบางมุมคลับคล้ายคลับคลา เขาอาจจะตีความได้ ใช่-ไม่ใช่ ตีความว่าใช่ไว้ก่อน เพราะฉะนั้นก็มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไซเบอร์ปัจจุบัน แต่การควบคุมทางกฎหมาย เราก็ต้องให้กฎหมายจัดการ ทางตำรวจทำงานเต็มที่เพราะเขาถือว่าเป็นกรณีตัวอย่าง และจะเป็นบรรทัดฐานที่จะทำให้เคสนี้สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาโดยการออก พ.ร.บ.ไซเบอร์ อย่างที่นายกฯ ทำอยู่ ออกกฎหมายเพิ่ม หรือกฎกระทรวง หรือไปควบคุมไอเอสพี ที่เป็นผู้ให้บริการกลุ่มของไซเบอร์ทั้งหลายให้มีจิตสำนึกกลั่นกรอง”
มัลลิกาวิเคราะห์ที่มาที่ไปของการปลุกกระแส “คลิปหน้าเหมือน” ว่า เรื่องการตัดต่อภาพนิ่งมีความพยายามมาตลอดอยู่แล้วตั้งแต่ทำเรื่อง กลุ่มพลเมืองไซเบอร์ภาคอธรรม ซึ่งเป็นกลุ่มพลเมืองไซเบอร์ที่ทำงานกันเป็นทีม มีความจงใจล้มสถาบัน มีโจทย์ มีออฟฟิศ มีคนซัพพอร์ต มีอุดมคติ เขามีครบเป็นองค์ประกอบ ส่วนเราทำแบบพลเมืองอาสา ไม่มีองค์กรขนาดนั้น
ทั้งนี้ การทำงานตรงนี้ เรากลายเป็นโลโก้ที่เห็นได้ชัด เขาพยายาม ไปปั้นข่าวลือ ไปตัดต่อภาพนิ่ง พยายามหลายสิ่งมาก การอัพโหลดเป็นใครก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่ต้องไปสืบอยู่แล้ว แต่ที่เราบอกว่าเป็นกลุ่มนี้ เพราะการอัพโหลดถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มการเมือง หรือกลุ่มพวกนี้ จะไม่มีทางอัพโหลดคำว่าติ่ง ซึ่งเป็นคำที่จิกเรียกเราแบบนี้ เขาไม่ได้สนิทกับเรา เขาไม่ได้รู้จักกับเรา ปกติคนในวงการเรียกเราว่ามัลลิกา และจะไม่มีการจิกแบบนี้ คนที่เป็นเพื่อนเราที่เป็นกลุ่มนักข่าวเท่านั้น ที่จะเรียกเราว่าติ่ง กลุ่มพวกนี้เขาจะจิกคำนี้มานานแล้ว
“ทีมไซเบอร์ของเรา สืบลิงก์ การแชร์ระยะแรกเป็นการแชร์จากกลุ่มคนล้มเจ้า 112 เช่น เจ๊ขก ภาคพิสดาร มิติพิศวง ที่ล้มเจ้าอยู่แล้ว เอาลิงก์นั้นมาโพสต์ แล้วเขียนเป็นสตอรี่ คนมาเมนต์ ก็จะไม่รู้ว่าส่อถึงเรา คนมาเมนต์ก็เป็นกลุ่มเดียวกัน เข้าทำนองชงเอง ตบเองกันในกลุ่ม เลยเริ่มจากตรงนั้น เคยมีคำเตือนเราอยู่แล้วก่อนหน้านี้ว่าอย่าไปยุ่งกับงานเขา”
มัลลิกา เล่าว่า เร่ิื่องที่เกิดขึ้น ณัฐพล มหาสุข สามี ย่อมรู้ดีกว่าคนอื่นๆ ว่ามันไม่ใช่อยู่แล้ว สองเขาบอกว่าไม่ต้องไปซีเรียส พวกนี้ก็อย่างนี้ เดี๋ยวก็มีหน้าเหมือนอั้ม หน้าเหมือนชมพู่ เดี๋ยวนี้ก็มีหน้าเหมือนคนนั้นคนนี้มาเยอะแยะ หน้าเหมือนกว่าเราอีกเยอะแยะเขายังไม่เดือดร้อนเลย มันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่จบ จริงๆ เขาไม่ได้อยากให้ยืดเยื้อ ไม่ใช่เราคือจบ ถ้าไม่ใช่เราก็ไม่ควรต้องมานั่งถกกับใครเรื่องอย่างนี้ ไม่ได้ซีเรียส ผู้ใหญ่ในพรรคก็ให้แจ้งความ เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเห็นใจ
จุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า เวลาทำงานการเมืองการ์ดอย่าตก การ์ดตกไม่ได้ ต้องทำการเมืองตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นคนจะรังแกเราได้ แต่ในฐานะเป็นประธานชมรมนักรบไซเบอร์ เราต้องเอาเรื่องนี้ให้เป็นบรรทัดฐานในการจัดการให้ได้ เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการไล่ล่าคนผิดมาลงโทษนั้น อยู่ระหว่างการออกหมายเรียกคนแชร์มาชี้แจง ซึ่งเป็นคนทำให้เกิดการกระจายแชร์ในไลน์ หนึ่งในนั้นเป็นระดับ พล.อ.อ. ไปจนถึงคนที่อัพโหลดไปถึงคนสองคนในคลิปล้วนแต่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องไปสืบสวน
“อย่างเจ๊ขกนี่โดนหมด บางคนที่แชร์ ไอพีแอดเดรสอยู่ต่างประเทศ กลุ่มพวกนี้อยู่ในกลุ่มหมิ่นฯ 112 อยู่แล้ว ซึ่งคนแชร์โดนหมดอยู่แล้ว เขาต้องโดนสองกรรมสองวาระ และมีสองข้อหา หนึ่ง คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษจำคุก 5 ปี และหมิ่นประมาท จำคุก 2-3 ปี การที่คุณใช้คอมพิวเตอร์แชร์เว็บผิดกฎหมายอันนั้นโดน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยิ่งหากคอมเมนต์ยืนยันว่าเป็นคนนั้นคนนี้ จะถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการเผยแพร่
...บางคนมีความผิดหนักเพราะเอาลิงก์คลิป แล้วแปะชื่อประกบไปด้วย ถ้าส่งเฉพาะลิงก์หนังโป๊ก็ผิดข้อหาอนาจารอยู่แล้ว แต่ส่งแล้วแปะชื่อ คอนเฟิร์มว่าเป็นคนนั้นคนนี้ คุณก็ผิดสองเท่า โดนทั้งหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สองกรรมสองวาระงานนี้โดนหลายคนแล้วแต่จะสืบไปถึงไหน แต่ที่เราส่งชื่อไปนั้นเป็นตัวใหญ่
มัลลิกา ชี้แจงว่า บุคคลระดับ พล.อ.อ. เท่าที่เราทราบ เขาเป็นคนส่งลิงค์ สำทับชื่อเรา สำทับภาพนิ่งมัลลิกาเข้าไป แปลว่าส่ง 3 ครั้ง ความผิดสมบูรณ์ และส่งคำสารภาพกลับเข้ามาในกลุ่มอีก พนักงานสอบสวนไปดูว่าไอพีแอดเดรสใช้ใน วปอ. หน้าแอ็กเคาต์ก็เป็นรูปหน้าเขาอยู่แล้ว แม้จะไม่มีการติดต่อขอให้ยอมความโดยตรง แต่ทราบว่าเห็นเขาไปวิ่งเต้นผู้ใหญ่อยู่
“แต่เราก็โพสต์เฟซบุ๊กไปแล้วว่ากับมัลลิกาใครก็คุยไม่ได้ เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับใคร ไม่ได้เกี่ยวกับจะต้องมาปรานีคุณหรือใคร ส่วนกรณีนี้เราให้ตำรวจดำเนินการอย่างเต็มที่ที่สุด และทนายพิจารณาคดีแพ่ง คดีแพ่งเรียกค่าเสียหายไปทางธุรกิจ เสียหายชื่อชั้น กระทบการทำงานทางการเมือง จะคิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่ก่็เท่านั้น ฝ่ายกฎหมายยังคิดไม่เสร็จ จะ 50 ล้าน 100 ล้าน ก็ว่าไป
คดีนี้จะเป็นตัวอย่างสำหรับสังคมที่มีการแชร์ เผยแพร่โดยไม่ระงับยับยั้งชั่งใจ บางคนที่แชร์ๆ ถามๆ เขาไม่เกี่ยวข้อง แต่สังคมต้องมีสติ เคสนี้จะเตือนสังคมว่าคุณต้องมีสติ เพราะถ้าไม่มีสติ หนึ่ง คุณอาจจะทำผิดเอง สอง คุณอาจจะไปทำคนอื่นเดือดร้อน สาม คุณอาจจะไปสร้างบาปเป็นกรรม เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรา ผู้หญิงคนไหนเขาจะมีความเข้มแข็งพอที่จะมารับเรื่องแบบนี้”
มัลลิกา ระบุว่า กรณีนี้ยังเป็นการเตือนสติ สำหรับคนที่มีรสนิยมชอบมีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายคลิป เทคโนโลยีในมือถือทำให้ง่ายขึ้นในปัจจุบัน หากขาดความรู้ ขาดสติกลั่นกรอง ขาดการระงับยับยั้งและชั่งใจ ก็จะเกิดกระแสใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด เกิดกระแสการแชร์ข้อมูล บั่นทอนตัวเอง แม้คุณจะเก็บของคุณไว้เป็นรสนิยมส่วนตัวแต่มันพลาดได้ นี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มีผลต่ออนาคต


