posttoday
กมธ.ยกร่างฯให้องค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐถูกตรวจสอบได้

กมธ.ยกร่างฯให้องค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐถูกตรวจสอบได้

23 มกราคม 2558

กมธ.ยกร่างรธน.ปรับแก้องค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐใหม่ให้ถูกตรวจสอบได้

กมธ.ยกร่างรธน.ปรับแก้องค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐใหม่ให้ถูกตรวจสอบได้

การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการพิจารณาร่างรายมาตรา ในภาค 3 นิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หมวด 2 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ  โดยอนุ กมธ.ยกร่างบทบัญัติเป็นรายมาตราแห่งรัฐธรรมนูญ ได้เสนอร่างมาตรา รวม 44 มาตรา ซึ่งก่อนการประชุมได้มีการหารือขอปรับชื่อหมวดเป็น “องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ใช้อำนาจตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” มีเหตุผลคือองค์อื่นที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญนี้

ส่วนหนึ่งไม่ใช่องค์กรที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยตรง เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีหน้าที่กำกับและตรวจสอบผู้สมัครรับเลือกตั้งสส. ดังนั้น หากคงชื่อเดิมไว้ คือ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อาจไม่สะท้อนความหมาย และที่ผ่านมาในรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ได้จำกัดความหมายขององค์กรที่มีตามรัฐธรรมนูญว่าเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จึงควรปรับให้เหมาะสม

จากนั้นพิจารณาบททั่วไป มาตรา (3/2/1) 1 ซึ่งบัญญัติขึ้นใหม่ ว่าด้วยการวางหลักการของการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ที่ต้องยอมรับการตรวจสอบ และองค์กรที่เข้าไปตรวจสอบองค์กรของรัฐ สามารถถูกตรวจสอบเพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส รวมถึงวางหลักการคุ้มครองบุคคลที่เข้าไปตรวจสอบองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐหากเป็นทำหน้าที่ที่เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการนำเรื่องไปฟ้องร้องเอาผิด

อย่างไรก็ตาม บทบัญญัตินี้กมธ.ได้ท้วงติงว่าเป็นบทบัญญัติที่ยาว และวางหลักการตรวจสอบอาจก้าวล่วงอำนาจตุลาการ เพราะการใช้อำนาจรัฐในฐานะอำนาจมหาชนหากพบการอำนาจกระทบสิทธิของบุคคลใด จะมีช่องทางตรวจสอบตามกฎหมายอื่นบัญญัติไว้อยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีการท้วงติงถึงการตรวจสอบหน่วยงานรัฐบางหน่วยงานที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้  เช่น หน่วยงานด้านความมั่นคง ทำให้ อนุกมธ.ยกร่างฯ ได้ปรับถ้อยคำให้สั้นและเหมาะสมแต่คงหลักการเดิม

ส่วนมาตรา (3/2/1)2 ว่าด้วยบุคคลที่เข้าข่ายถูกตรวจสอบ โดยอนุกมธ.ยกร่างฯ นำเอามาตรา 259 ของรัฐธรรมนูญ 2550 มาปรับและเพิ่มบุคคลที่ถูกตรวจสอบ คือ 1.ผู้พิพากษา ตุลาการ พนักงานอัยการ 2.ผู้ดำรงตำแหน่งทาการเมืองระดับสูงและผู้บริหารระดับสูงในองค์กรเอกชนที่ดำเนินกิจกรรมโดยใช้เงินแผ่นดิน 3.กรรมการและบุคคล หรือคณะบุคคลที่ใช้อำนาจการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

4. เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐที่กฎหมายบัญญัติ และ 5.บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีธุรกรรมกับหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยใช้เงินแผ่นดิน และขอบเขตการตรวจสอบ เช่น การทุจริต ประพฤติมิชอบ โดยมีรายละเอียดที่ต้องถูกตรวจสอบ คือ การยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน การเสียภาษี ซึ่งครอบคลุมไปยังคู่สมรส บุตร และบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลทรัพย์สินไม่ว่าทางตรหรือทางอ้อม 

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวได้มีการอภิปรายท้วงติงและตั้งคำถามเกี่ยวกับคำนิยามของบุคคลที่เพิ่มเติมใหม่ โดยเฉพาะประเด็นของการบัญญัติร่างมาตรานี้อาจส่งผลให้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือกฎหมาย ป.ป.ช. ไม่สามารถมีผลบังคับใช้ได้ และกรณีที่เขียนครอบคลุมถึงบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีธุรกรรมกับหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยใช้เงินแผ่นดิน อาจทำให้บริษัทที่ประกอบกิจการสื่อสารมวลชนที่รัฐซื้อพื้นที่โฆษณาถูกตรวจสอบอย่างเจาะลึกอีกด้วย 

อย่างไรก็ดี มีข้อเสนอให้ลดบทบัญญัติให้สั้นลง และเขียนรายละเอียดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ได้รับการชี้แจงจากฝ่ายเลขานุการฯ ว่า ควรเขียนหลักการสำคัญไว้ในรัฐธรรมนูญใหม่ โดยยึดหลักการรัฐธรมนูญ 2550 เพราะหากกำหนดเพียงว่าบุคคลใดบ้างที่ต้องถูกตรวจสอบ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ อาจทำให้มีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวภายหลังมีการเลือกตั้งสส.ได้ ซึ่งที่ประชุมฯ ได้ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง จนสรุปให้อนุกมธ.ยกร่างฯนำบทบัญญัตินี้กลับไปทบทวนและแก้ไขก่อนส่งกลับให้พิจารณารายมาตรา ในวันที่ 26ม.ค. นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท