
ปฏิรูปท่องเที่ยวไทย (2)
ในปัจจุบันสถิติตัวเลขของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย ที่ว่ากันว่ามีจำนวนมากถึงกว่า 26.5 ล้านคน (ยี่สิบหกล้านห้าแสนคน) ในปี 2556 นั้น ผมเกรงว่าอาจเป็นตัวเลขอย่างที่เรียนในข้อเขียนตอนที่แล้วว่า ดูเหมือนจะเกินความจริงไปมากทีเดียว
ในปัจจุบันสถิติตัวเลขของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย ที่ว่ากันว่ามีจำนวนมากถึงกว่า 26.5 ล้านคน (ยี่สิบหกล้านห้าแสนคน) ในปี 2556 นั้น ผมเกรงว่าอาจเป็นตัวเลขอย่างที่เรียนในข้อเขียนตอนที่แล้วว่า ดูเหมือนจะเกินความจริงไปมากทีเดียว
สถิติอันนี้อาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเกิดอุปสงค์เทียมในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทุกแขนง รวมถึงผู้สนใจจะก้าวเข้ามาลงทุนในธุรกิจประเภทนี้บ้าง โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีการ
จ้างงานจำนวนมาก เช่น โรงแรม อพาร์ตเมนต์ ที่พักอาศัย ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า สถานบริการ ภัตตาคาร ร้านอาหาร บริการรถเช่า ร้านจำหน่ายของที่ระลึก รวมถึงบริษัทนำเที่ยวต่างๆ ซึ่งหากการลงทุนนี้เกิดการล่มสลายลง เพราะเชื่อในตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ภาครัฐเราจัดเก็บในแบบวิธีการนับอย่างในปัจจุบันนี้ ที่ผมกำลังสงสัยว่าตัวเลขเหล่านี้น่าจะรวมชาวต่างชาติทุกประเภท
รวมถึงผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนใกล้เคียง ประเภทเช้าไปเย็นกลับ เช่น ลาวแถบหนองคาย พม่าบริเวณชายแดนระนองและเชียงราย เขมรบริเวณอรัญประเทศ หรือมาเลเซีย โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ หรือบริเวณชายแดน รอยต่อระหว่างด่านจังโหลนกับด่านสะเดา จ.สงขลา ที่สามารถดึงดูดผู้แสวงหาความบันเทิงจากฝั่งมาเลเซียประเภทไม่ค้างคืนจำนวนมากเข้าไปด้วย เป็นต้น
สถิติดังกล่าวนี้จะเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาและความเสียหายต่อภาพรวม ทั้งเศรษฐกิจ การจ้างงาน รวมทั้งภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างใหญ่หลวงครับ
ผมได้ศึกษาวิธีการเก็บสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติของสิงคโปร์แล้วดูน่าสนใจครับ เขาจะนับเฉพาะนักท่องเที่ยวจริงๆ โดยมีกติกาง่ายๆ ที่ไม่รวมนักเดินทางประเภทอื่นๆ เข้ามาในสถิตินักท่องเที่ยวดังต่อไปนี้
- นักเดินทาง/ท่องเที่ยวจากมาเลเซียที่ผ่านพรมแดนทางรถยนต์
- คนเชื้อชาติสิงคโปร์ที่พำนักใน
ต่างประเทศกลับมาเยี่ยมบ้าน
- ชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักถาวรในสิงคโปร์
- นักท่องเที่ยว/เดินทางที่พำนักในประเทศสิงคโปร์ยาวนานกว่า 1 ปี
- ลูกเรือของทั้งสายการบินและเรือสำราญ (ลูกเรือของเรือสำราญอาจมีข้อยกเว้นบางประการ)
- ผู้โดยสารสายการบินผ่านแวะพักต่อเครื่องบินเพื่อเดินทางไปยังประเทศอื่น
ส่วนของไทยเรานั้น ผมไม่ทราบว่าเรามีกระบวนการนับและเก็บสถิติกันอย่างไร มีการแยกบุคคลบางประเภทออกจากสถิติของนักท่องเที่ยวหรือไม่ เรามีการแยกประเภทหรือแจกแจงวัตถุประสงค์ของ
ผู้เดินทางเข้าประเทศแค่ไหนเพียงไร สถานที่พักในประเทศไทยที่ต้องระบุในแบบฟอร์มตรวจคนเข้าเมืองขาเข้านั้น มีการตรวจสอบว่านักท่องเที่ยวได้พักตรงตามที่ระบุไว้หรือไม่ ฯลฯ เป็นต้น
นอกจากนี้ ในปัจจุบันเรามีวิธีดำเนินการต่อยอดเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจกับรายละเอียดส่วนตัวของนักท่องเที่ยวที่ได้กรอกในแบบฟอร์มตรวจคนเข้าเมืองอย่างใด มีความเป็นไปได้ไหมว่าเราสามารถที่จะจัดทำ Data Base ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเหล่านี้ เพื่อให้หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐได้ใช้ประโยชน์ในการสื่อสาร โฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศกับนักท่องเที่ยวผู้เคยมาเยือนประเทศไทยแล้วโดยตรง เพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจท่องเที่ยวของไทยในอนาคตต่อไป
ขอเรียนฝากเสนอให้ท่านผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ ลองพิจารณาเรื่องสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเหล่านี้ด้วยครับ จริงๆ แล้วเราอาจจะทำสถิติแยกแยะออกมาเป็นสถิติชาวต่างชาติเข้าประเทศชุดหนึ่ง และสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติอีกชุดหนึ่งก็ยังได้นะครับ
ผมยังกังวลว่าในปี 2557 ผลสรุปตัวเลขสถิติอย่างเป็นทางการ ว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาประเทศไทยจริงๆ เท่าใดแน่ ผมอยากจะขอเรียนว่า
ณ ปัจจุบันผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านที่ดำเนินธุรกิจในเรื่องการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หลายบริษัท หลายหน่วยงาน ต่างก็ไม่มีความเชื่อถือตัวเลขที่หน่วยงานของรัฐบาลไทยแจกแจงมาหรอกครับ เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วครับที่ควรจะต้องมีการพัฒนาปรับปรุงเกี่ยวกับเรื่องการเก็บสถิตินี้ในเร็ววัน
นอกจากเรื่องสถิตินักท่องเที่ยวนี้แล้ว ผมยังมีข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับการเก็บและแจกแจงตัวเลขสถิติค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแต่ละชาติ แต่ละคน ในด้านที่พัก ค่าช็อปปิ้ง ค่าที่พัก ค่าอาหาร รวมไปถึงระยะเวลาการพักของนักท่องเที่ยวเหล่านี้อีกครับ บทความเรื่องปฏิรูปท่องเที่ยวไทยนี้ อาจจะยังไม่จบง่ายๆ ครับ โปรดกรุณาติดตามตอนต่อไปนะครับ







