posttoday
8 ปี : จิตอาสา : วาระแห่งชาติ

8 ปี : จิตอาสา : วาระแห่งชาติ

22 มกราคม 2558

ผมขออนุญาตสวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านที่นับถือทุกท่าน ผมพยายามจะนำเสนอข้อเขียนที่เป็นความคิดเชิงรูปธรรม เพื่อเป็นการสื่อสารแลกเปลี่ยนสนทนากับท่านผู้อ่านกันครับ

ผมขออนุญาตสวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านที่นับถือทุกท่าน ผมพยายามจะนำเสนอข้อเขียนที่เป็นความคิดเชิงรูปธรรม เพื่อเป็นการสื่อสารแลกเปลี่ยนสนทนากับท่านผู้อ่านกันครับ

เราเพิ่งจะผ่านงานวันเด็กแห่งชาติกันมาด้วย และเพิ่งมีงานวิจัยที่บอกว่าสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคตัวฉันของฉัน” นั่นคือยิ่งนับวันคนจะคิดถึงประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะทำอย่างไรกันดี?

ผมชวนท่านผู้อ่านลองมาดูงาน “อาสาสมัคร” “จิตอาสา” ซึ่งมีความหมายโดยรวมๆ ว่า งานที่ทำด้วยใจเป็นใหญ่ เพื่อประโยชน์ของสังคม

ท่านทราบไหมว่า สถานะของจิตอาสา หรืออาสาสมัคร ได้รับการจัดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” แล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 2550 (เกือบ 8 ปีแล้ว) คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในเรื่องการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม โดยมีสาระสำคัญในการรณรงค์ให้เกิดจิตสำนึก และให้มีการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการ ทั้งการเงินการคลัง การศึกษา เพื่อเอื้อให้ประชาชน ข้าราชการ เข้าร่วมในงานอาสาสมัครได้มากขึ้น ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต

ถึงขนาดมีมติอนุญาตให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติงานอาสาสมัครโดยไม่ถือเป็นวันลา และให้ถือเป็นวันปฏิบัติราชการได้ไม่เกิน 5 วันทำการ/ปี และเชิญชวนภาคเอกชนให้พนักงานลาไปปฏิบัติงานอาสาสมัคร ตามแนวทางของภาครัฐ โดยไม่ถือเป็นวันลาเช่นกัน อีกทั้งยังมีการกำหนดมาตรฐาน ISO26000 เพื่อทำเรื่อง CSR ในภาคเอกชนอีกด้วย

ในบ้านเรา ผมได้ยินว่าจิตอาสาเป็นวิชาบังคับ 1 หน่วยกิตของนักศึกษาแพทย์ โดยเน้นให้ไปเยี่ยมผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ แต่ผมว่าน่าจะขยายรูปแบบกิจกรรม และขยายไปให้นิสิตนักศึกษาในคณะอื่นๆ ด้วย รวมถึงน้องๆ ระดับมัธยมก็โตพอที่จะทำกิจกรรมจิตอาสาได้แล้ว

ตอนนี้ที่เวียดนาม ครูเขาจะให้คำถามเป็นการบ้านเด็กวันละ 5 ข้อ เพื่อให้เด็กตอบทุกวัน คือ

1.วันนี้ช่วยพ่อแม่ทำงานอะไรบ้าง

2.วันนี้คุณทำความดีอะไรกับคนอื่นบ้าง

3.ในท้องถิ่นของคุณมีข่าวอะไรที่น่าสนใจบ้าง

4.มีข่าวการเปลี่ยนแปลงอะไรในประเทศบ้าง

5.มีข่าวการเปลี่ยนแปลงอะไรที่เกี่ยวกับโลกเราบ้าง

ท่านผู้อ่านเห็นอะไรแล้วใช่ไหมครับว่าเขาสอนให้คิดและทำอะไร เขาเริ่มจากครอบครัว เพื่อนบ้าน ขยายวงออกไปเรื่อยๆ

เรื่องทำนองข้างต้น ผมเรียนเสนอว่าเพียงผู้บริหารด้านการศึกษา ท่านมอบเป็นนโยบายไปยังโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ และรณรงค์อย่างต่อเนื่องจริงจัง เพื่อปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจในอนาคต ผมว่าสิ่งนี้ทำได้และไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรนัก และยังสอดคล้องกับค่านิยมหลัก 12 ประการ ในเรื่องการเสียสละ คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าของตนเอง

ล่าสุด บริษัทชั้นนำอย่าง Google ปรับเปลี่ยนหลักการเลือกรับสมัครคนเข้าทำงาน โดยมองว่านักศึกษาที่เรียนจบมาด้วยเกรดเฉลี่ยสูงๆ ไม่ได้ยืนยันว่าจะมีความสามารถในการทำงานจริงได้ เขาจะเลือกจ้างคนที่มี Soft Skills มากๆ แทน เช่น ความอ่อนน้อมถ่อมตน การประสานงานกับผู้อื่นได้ดี สามารถปรับตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ นี่คือแนวโน้มใหม่ที่เกิดขึ้นแล้ว

ผมไม่ได้อยากให้เราเลียนแบบเขา แต่อยากให้เราลงมือในการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมให้ได้บ้าง (เลิกคุยกันแต่แนวคิด วิสัยทัศน์ ที่จบกันแค่ในกระดาษซะที เพราะมีกันเหลือเฟือแล้ว)

ก่อนจบนี้ ผมขอชวนท่านนึกภาพสัก 2 ภาพ คือ ภาพเด็กเวียดนามในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า เด็กเขาจะมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ มีน้ำใจต่อคนในสังคมมากขนาดไหน อีกภาพคือ ถ้าคนไทย 60 ล้านคน ทำงานจิตอาสาเพียงคนละ 1 ชั่วโมง เราจะมีเวลาทำงานสาธารณะมากถึง 60 ล้านชั่วโมง หรือ 2 ล้าน 5 แสนวัน หรือ 6,850 ปี

เห็นภาพพลังของจิตอาสา หรืออาสาสมัครที่เป็นความดีง่ายๆ ที่คุณทุกคนทำได้แล้วใช่ไหมครับ!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท