
ปฏิรูปท่องเที่ยวไทย (1)
หลังจากที่ตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยว มีส่วนร่วมเกินกว่า 10% ในรายได้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีการตื่นตัวของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งยังจะมีการวางยุทธศาสตร์ทั้งในกรอบเวลาระยะสั้นถึงระยะยาว ที่ว่ากันว่าจะเป็นแผนบูรณาการสามารถนำมาใช้ยาวไปถึงอีก 20 ปีข้างหน้า เพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ พร้อมคุณภาพในแบบมาตรฐานระดับสากล
หลังจากที่ตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยว มีส่วนร่วมเกินกว่า 10% ในรายได้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีการตื่นตัวของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งยังจะมีการวางยุทธศาสตร์ทั้งในกรอบเวลาระยะสั้นถึงระยะยาว ที่ว่ากันว่าจะเป็นแผนบูรณาการสามารถนำมาใช้ยาวไปถึงอีก 20 ปีข้างหน้า เพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ พร้อมคุณภาพในแบบมาตรฐานระดับสากล
ผมนั้นเห็นด้วยและขอชื่นชมแนวคิดนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ยังมีข้อเท็จจริงหลายเรื่องหลายประการที่ยังเป็นกังวล จึงอยากจะขอฝากท่านผู้เกี่ยวข้องและมีอำนาจช่วยพิจารณาด้วยครับ
ประการแรก ระบบการจัดเก็บสถิติของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าประเทศไทยในปัจจุบันนั้น ควรจะพิจารณาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนชื่อเรียกเสียใหม่ดีไหมครับ เพราะตัวเลขที่ว่าเป็นของนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศที่มาเที่ยวบ้านเราในปัจจุบันนี้นั้น ผมและผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการท่องเที่ยวหลายท่าน ก็ยังสงสัยว่าดูจะเกินความจริงไปหรือเปล่า
ลองดูตัวอย่างสักนิดนะครับ ในปี 2556 ตัวเลขนักท่องเที่ยวอเมริกันเข้าไทย 788,819 คน/ครั้ง ในขณะที่ตัวเลขของอเมริกาเองนั้น ระบุว่ามีชาวอเมริกันเดินทางเข้าไทยเพียง 348,000 คน สถิติจาก NTTO (National Travel and Tourism Office, USA 2013) ซึ่งตามข้อเท็จจริงในปัจจุบันบริษัททัวร์ที่นำนักท่องเที่ยวอเมริกันเข้าไทยก็มีไม่มากนัก แม้ว่าส่วนหนึ่งของนักท่องเที่ยวเหล่านี้จะนิยมเดินทางด้วยตัวเองโดยผ่านการจองในระบบ Online ทั้งที่พักและการเดินทางก็ตาม แต่ด้วยจำนวนตัวเลขที่แตกต่างกันมากขนาดนี้ น่าจะมีอะไรผิดพลาดครับ เช่นว่า ทางการไทยอาจรวมตัวเลขของชาวอเมริกันที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวเข้าไปด้วยหรือไม่ หรือจำนวนนักเรียนไทยหรือคนไทยสัญชาติอเมริกันที่มาเยี่ยมบ้าน หรือว่ารวมเจ้าหน้าที่การทูต องค์กรระหว่างประเทศที่เข้าออกประเทศไทยบ่อยๆ เข้าไปในสถิติของนักท่องเที่ยวดังกล่าวนี้
นักท่องเที่ยวลาวมาเที่ยวไทย 984,866 คน/ครั้ง ซึ่งตามความจริงนั้นเราต้องไม่ลืมว่าประเทศลาวนั้นยังจัดอยู่ในกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาครับ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ยังอยู่ในกับดักของความยากจนครับ แม้ว่าจะมีการวางยุทธศาสตร์เพื่อให้ยกระดับประเทศออกจากกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาในปี 2020 ก็ตาม จำนวนประชากรของลาวอย่างเป็นทางการมีเพียงประมาณ 6,900,000 คน และในนครเวียงจันทน์มีเพียง 783,000 คน
ดังนั้น ชาวลาวจากแขวงใดครับที่มาเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไทยปีละเกือบล้านคน ซึ่งผมอยากจะทราบต่ออีกนิดว่า ชาวลาวเหล่านี้ไปเที่ยวที่ไหนกัน ใช้พาหนะอะไรในการเดินทาง เข้าพักที่โรงแรมใด ใครเป็นตัวแทนท่องเที่ยว นอกจากนี้ตามตัวเลขของหน่วยงานภาครัฐของไทย ยังระบุระยะเวลาของการพำนักในไทยโดยเฉลี่ยชาวลาวพักในประเทศไทยยาวนานถึง 6.13 วัน/คนหรือครั้งเชียวนะครับ แถมยังใช้สตางค์ในประเทศไทยถึงคนละ 3,549.45 บาท/คน/วันอีกต่างหาก
สถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่เข้าเมืองไทยก็น่าสนใจครับ ตัวเลขอย่างเป็นทางการของหน่วยงานภาครัฐของไทย ระบุว่า ในปี 2556 มีจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าไทยถึง 1,515,718 คน/ครั้ง
ในขณะที่ตัวเลขของ JNTO (Japan National Tourism Organization) ในปี 2013 ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้ามาไทยเพียง 453,642 คนเท่านั้น อาจจะเป็นได้ที่ว่าเราอาจรวมตัวเลขของนักธุรกิจ พนักงานชาวญี่ปุ่นที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทย หรือผู้มาปฏิบัติงานตามบริษัทญี่ปุ่นที่มีมากตามนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในภาคตะวันออก เข้าไปในจำนวนนักท่องเที่ยวด้วย
ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียมีสถิติของฝ่ายไทยระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ย. 2556 มีจำนวน 662,504 คน/ครั้ง แต่ตามตัวเลขของ TRA (Tourism Research Australia) ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวจากบ้านเขาเข้ามาเมืองไทยเพียง 452,000 คน และมีนักธุรกิจชาวออสเตรเลียที่มาเมืองไทยด้วยจุดประสงค์อื่นอีก 116,000 คน รวมทั้งสิ้นแค่ 568,000 คน ซึ่งตัวเลขที่ว่านี้มีความแตกต่างกว่า 16% ครับ หรือ 94,504 คนเลยทีเดียว
ผมยังมีข้อข้องใจและข้อเสนอแนะอีกหลายประการ ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับการคัด จัดเก็บสถิติของนักท่องเที่ยว และเรื่องสถิติค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแต่ละชาติแต่ละคนในปัจจุบันอีก พรุ่งนี้มาว่ากันต่อเลย
ครับ







