
ควรสร้างภูมิคุ้มกันด้านการเงินให้เยาวชน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปักหัวลงไม่หยุดตั้งแต่ปลายปี 2557 และยังคงลุ่มๆ ดอนๆ ในขณะนี้ หลายคนหวังว่าในเดือน ม.ค.นี้ อาจจะมี January Effect เกิดขึ้น ตลาดหุ้นอาจจะปรับขึ้นได้ แต่ก็กลายเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ไป
ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปักหัวลงไม่หยุดตั้งแต่ปลายปี 2557 และยังคงลุ่มๆ ดอนๆ ในขณะนี้ หลายคนหวังว่าในเดือน ม.ค.นี้ อาจจะมี January Effect เกิดขึ้น ตลาดหุ้นอาจจะปรับขึ้นได้ แต่ก็กลายเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ไป
แน่นอนว่าตลาดหุ้นที่ตกต่ำลงนี้ จะทำให้นักลงทุนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางรู้สึกจนลง เพราะเงินไม่คล่องเหมือนเดิม เล่นหุ้นเคยได้กำไรก็กลายเป็นขาดทุน ส่วนคนระดับล่างที่มีรายได้ต่ำ อาการหนักกว่าถึงขั้นเงินฝืดกันเลยทีเดียว
ดิฉันได้สนทนากับทีมที่ปรึกษาการเงินให้กับลูกค้าของธนาคารหลายๆ แห่ง เพื่อถามข้อสงสัยว่าทำไมคนถึงรู้สึกว่าจนลง เงินในกระเป๋ามีน้อยลง บางคน ชักหน้าไม่ถึงหลัง คำตอบที่ดิฉันได้รับทำให้เงิบไป
พักใหญ่ เพราะส่วนหนึ่งมาจากเราทำตัวเองด้วยการใช้มากกว่าหาได้
อาการใช้มากกว่าหาได้นั้น มาจากความอยากได้ของที่มีมูลค่าสูง โดยมีค่านิยมผิดเพี้ยนว่าของแพงคือของดี โดยมีการทำการตลาดของผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเป็นตัวเร่งพฤติกรรมผู้บริโภคให้เปลี่ยนแปลงจากความพอเพียงเป็นการเกินตัว โดยมีสื่อช่วยกระตุ้น
คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำแคมเปญการตลาดและการสร้างค่านิยมว่าของแพงคือของดีคือวัยรุ่น ทั้งที่เพิ่งเรียนจบทำงานใหม่ ไล่ลงไปถึงเด็กมัธยม ซึ่งคนกลุ่มนี้่ส่วนใหญ่ไม่มีรายได้ของตัวเอง ต้องขอจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งพ่อแม่บางครอบครัวก็ไม่ใจแข็งพอที่จะต้านทานการขอจากลูกหลานได้ ก็ซื้อของให้โดยไม่ได้คิดว่านี่คือการเพาะนิสัยการใช้จ่ายที่ผิดให้บุตรหลาน
ตัวอย่างของที่เด็กอยากได้มากที่สุดคือ โทรศัพท์มือถือไอโฟน แท็บเล็ตไอแพด สินค้าไฮเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อนำไปใช้เล่นเกม หาข้อมูล ในขณะเดียวกันก็ต้องอวดกันได้ด้วย โดยยึดเอาดารา นักแสดงวัยรุ่นเป็นแบบอย่าง ซึ่งแบบอย่างมีทั้งดีและไม่ดี แล้วแต่จะเลือกแบบไหนเป็นไอดอล
ส่วนวัยรุ่นก็อยากได้ของเช่นเดียวกัน แต่คนที่ทำงานแล้วพ่อแม่ก็อาจไม่ให้เงินแล้ว ก็ต้องใช้เงินที่ได้จากการทำงานไปซื้อ คนที่มีบัตรเครดิตก็นำไปใช้รูดซื้อสินค้าเงินผ่อน ต้องใช้สินค้าแบรนด์เนม และนิยมชำระขั้นต่ำเพียง 10% ที่เหลือก็ผ่อนชำระเอาโดยไม่ได้คิดว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลสูงถึง 20% หากไม่รีบชำระให้หมดดอกเบี้ยก็จะสูงเกินเงินต้นในเวลาไม่นาน และในที่สุดก็จะชำระหนี้ไม่ไหว กลายเป็นหนี้เสีย
กลุ่มนี้อาจจะเรียกได้ว่ารสนิยมสูงแต่รายได้ต่ำ และหากเป็นเช่นนี้ หาได้เท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ เพราะได้สร้างพฤติกรรมในการใช้จ่ายที่ผิดให้ตัวเองเป็นเวลานาน การจะแก้ไขก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน
คนที่มีพฤติกรรมการเงินเช่นนี้ในอดีตก็มีมากมาย แต่ในปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่และเข็ดหลาบกับการมีบัตรเครดิตหลายใบ รูดเงินจากใบนั้นมาโปะใบนี้ เพราะเจอวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ตกงานกันเป็นแถว แถมตลาดหุ้นตกแบบไร้จุดรับ หลายคนถูกฟ้องยึดทรัพย์ชำระหนี้ กว่าจะหลุดออกจากวงจรหนี้มาได้ก็แทบแย่
แต่คนรุ่นใหม่อาจจะโตไม่ทันและยังไม่เคยมีบทเรียนว่าการเป็นหนี้ไม่สนุก เป็นภาระสร้างความเครียดและทำให้ชีวิตแย่ คนกลุ่มนี้อาจจะต้องให้เวลาในการเรียนรู้ เพราะการว่ากล่าวตักเตือนอาจจะไม่ได้ผล ไม่สนใจฟัง อาจจะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
สำหรับคนส่วนหนึ่งที่มีเงินออม ก็ไม่ได้รู้สึกว่ารวยขึ้น เพราะไม่รู้จักวิธีการลงทุนรูปแบบอื่น นอกจากการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ ดังนั้นค่าเงินที่มีอยู่ก็จะด้อยค่าลงไปเรื่อยๆ
ที่น่าแปลกใจ คือ คนที่ซื้อกองทุนรวมในไทยมีเพียง 9 แสนกว่าบัญชี ไม่รวมกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ที่มีอยู่ประมาณ 3 แสนกว่าบัญชี ทำให้เห็นว่าคนไทยยังรู้จักเครื่องมือการออมน้อย บางคนไม่รู้จักหุ้นกู้ ไม่รู้จักแม้พันธบัตรรัฐบาล รู้จักแต่สลากออมสิน ส่วนคนต่างจังหวัดจะคุ้นเคยกับสลากของ ธ.ก.ส. ส่วนหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่นั้นปิดประตูไปเลย ถ้าไม่ใช่รายใหญ่จะไม่กล้าซื้อเด็ดขาด
การไม่รู้ว่าจะเลือกลงทุนอย่างไร ไม่ใช่ความผิดของคนไทย แต่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่จะต้องช่วยกันโปรโมทและกระตุ้นให้ผู้ออมรู้จักเครื่องมือการลงทุนอื่นคู่ไปกับความเสี่ยง การบริหารเงินให้ได้
ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ ทำได้ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับบางคน
นอกจากนี้ จะต้องแนะนำให้ประชาชนรู้จักใช้จ่ายเงินให้เป็น สามารถเปรียบเทียบซื้อของเหมือนกันแต่ราคาถูกกว่า ของที่จำเป็นก็ควรซื้อ ของไม่จำเป็นก็ไม่ต้องซื้อ เมื่อเงินมีจำกัดก็ต้องเรียงลำดับความจำเป็นของการใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เป็นภาระของตัวเองในอนาคต
การที่จะบอกให้ทุกคนใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตก็คงไม่ได้ เพราะคนที่ไม่มียังหาไม่พอกิน จะให้พอเพียงก็คงไม่ได้ แต่คนชั้นกลางที่พอมีพอกิน หากรู้จักพอ ไม่ใช้เกินตัว ก็ไม่ลำบากเป็นหนี้เป็นสิน
การออมเป็นเรื่องที่ดีแน่ เพราะเป็นความมั่นคงส่วนหนึ่งของชีวิต ยิ่งมีเงินออมมากในอนาคตถ้าไม่ลำบาก แถมมีประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วย หากรัฐบาลต้องการลงทุน สามารถที่จะกู้เงินจากในประเทศ
ไม่ต้องกู้เงินจากต่างประเทศให้หนี้ต่างประเทศเพิ่ม หรือต้องอาศัยเอกชนหรือต่างชาติเข้ามาลงทุน ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดแข็งแกร่ง
ผลดีของการออมยังมีอีกมาก แต่ความตั้งใจวันนี้ดิฉันคิดจะเขียนถึงการใช้เงินของวัยรุ่นและเยาวชนของชาติ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องสอนและให้ความรู้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เพาะนิสัยและค่านิยมผิดๆ ให้เด็กและเยาวชนของชาติว่าการเป็นหนี้เป็นเรื่องธรรมดา ไม่จ่ายหนี้ก็ไม่เป็นไร ถ้าหากแก้ค่านิยมไม่ได้ อนาคตประเทศไทยก็น่าเป็นห่วงจริงๆ







