
แบงก์รื้อระบบบริหารเสี่ยง แก้พนักงานโกงลูกค้า
หลังจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ทำให้สถาบันการเงินไทยต้องปรับระบบการบริหารความเสี่ยงใหม่ทั้งระบบ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คอยเป็นพี่เลี้ยงกำกับดูแลอีกทางหนึ่ง
หลังจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ทำให้สถาบันการเงินไทยต้องปรับระบบการบริหารความเสี่ยงใหม่ทั้งระบบ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คอยเป็นพี่เลี้ยงกำกับดูแลอีกทางหนึ่ง
ความเสี่ยงทั้งหมดที่ต้องจัดการมีทั้งความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ (Credit Risk) ความเสี่ยงจากการตลาด (Market Risk) และความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน (Operation Risk) ความเสี่ยงทั้ง 3 ประเภทนั้น ธนาคารเข้มข้นกับความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อหนักกว่าความเสี่ยงประเภทอื่น เพราะจะสร้างความเสียหายให้กับธนาคารมูลค่าสูงโดยเฉพาะหากเป็นลูกค้ารายใหญ่ เป็นหนี้เสียธนาคารจะต้องใช้เงินตั้งสำรองหนี้สูงมาก
แต่ขณะนี้กลายเป็นความเสี่ยงจาก การปฏิบัติงาน สร้างความเสียหายให้กับธนาคารอย่างช้าๆ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่เป็นตัวเงินแต่เป็นความเสียหายด้านภาพลักษณ์อย่างมาก ชนิดที่สร้างความดีมาเป็นสิบปี แต่ความดีหายไปในวันเดียว
ชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริต สมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบการทุจริตของธนาคารพาณิชย์มาจาก 3 ทาง คือ 1.พนักงานขององค์กร 2.พนักงานร่วมกับลูกค้าทุจริต และ 3.จากบุคคลภายนอก แต่ในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมาพบว่า พนักงานในองค์กรธนาคารเองเป็นผู้กระทำทุจริตมากที่สุด
ตัวอย่างที่พบเกิดขึ้นทุกธนาคาร อาทิ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2556 มีลูกค้าร้องเรียนผู้จัดการสาขาตรอน จ.อุตรดิตถ์ของธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธนาคารและตั้งกรรมการสอบสวนสุดท้ายก็มีมติไล่ออกผู้จัดการสาขาและพนักงานอีก 4 คน
อีกตัวอย่างหนึ่งคือเมื่อปี 2555 เอื้อมบุญ จันทร์สมา เป็นผู้ทุพพลภาพ ลูกสาวของอดีตนักกีฬาขี่ม้าและยิงปืนทีมชาติที่เสียชีวิต พร้อมทนายความได้เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเงินฝากในบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพระราม 4 ได้สูญหายไปกว่า 107 ล้านบาท หลังจากมอบหมายให้ผู้จัดการธนาคารแห่งนี้เป็นผู้นำเงินไปฝากและดูแลบัญชีให้ด้วยความไว้ใจ ซึ่งทางธนาคารก็ไล่ออกผู้จัดการสาขาเช่นกัน
กรณีการยักยอกเงินกว่า 1,700 ล้านบาท ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่เกี่ยวพันกับธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงไทย ก็เกิดจาก
ผู้จัดการสาขาร่วมมือกับลูกค้าฉ้อโกงเช่นกัน
ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ธนาคารพาณิชย์จะต้องกลับมาทบทวนระบบการบริหารความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานใหม่หมด โดยเฉพาะการคัดเลือกบุคคลขึ้นมาเป็นชั้นบริหารว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะผู้จัดการสาขาธนาคาร หรือทำงานเก่งอยู่แถวหน้าของสาขา มีอำนาจสูงและได้รับความไว้วางใจเกินไป
นอกจากนี้ คนกลุ่มนี้มักจะละเมิดกฎระเบียบของธนาคาร โดยอ้างการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า เช่น ระเบียบธนาคารห้ามรับฝากสมุดบัญชีจากลูกค้าก็รับ ห้ามไปรับฝากเงินจากลูกค้านอกสถานที่ ซึ่งเป็นช่องทางทำให้โกงเงินลูกค้าได้ ขโมยโอนเงินฝากจากบัญชีลูกค้าที่ไม่เคลื่อนไหวเป็นต้น
การละเมิดระเบียบธนาคารและถูกให้ออกจากงานนั้น มีทั้งที่เป็นคดีความและไม่เป็นคดีความ ที่เป็นคดีความนั้นธนาคารแจ้งความจับก็จะมีประวัติอาชญากรรมที่ตรวจสอบได้ แต่กรณีที่ไม่มีการแจ้งความ ก็ไม่มีประวัติอาชญากร บุคคลเหล่านี้อาจออกจากธนาคารหนึ่งไปทำงานอีกธนาคารหนึ่งและสร้างความเสียหายในลักษณะเดิม
แม้ธนาคารได้วางแนวทางป้องกันไว้ โดยมีนโยบายสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งสำคัญให้อยู่ในตำแหน่ง 3 ปี หรือ 5 ปี หมุนเปลี่ยนครั้งหนึ่ง บางธนาคารมีการบังคับให้ผู้จัดการสาขาได้ลาพักร้อนติดต่อกัน และส่งพนักงานทีมหนึ่งเข้าไปเช็ก เพื่อตรวจสอบดูว่าได้มีการทำอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ รวมถึงการกระตุ้นให้พนักงานมีจรรยาบรรณ ให้ความสำคัญกับการควบคุมการตรวจสอบภายในและกฎระเบียบของ ธปท.
อย่างไรก็ดี แม้ระบบจะดีแต่หากคนไม่ดีก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงได้ และปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นเป็นระยะ แล้วแต่จะตอผุดขึ้นมาเมื่อใด
ระบบที่จะแก้ไขปัญหาพนักงานธนาคารที่มีพฤติกรรมที่มีแนวโน้มจะฉ้อโกง จะตรวจสอบแค่ประวัติอาชญากรรม หรือการสอบถามไปยังที่ทำงานเก่าเพื่อสอบประวัติ บางครั้งอาจจะไม่เพียงพอที่จะป้องกันคนไม่ดีเข้ามาสู่องค์กรได้
กรณีของการฉ้อโกง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เห็นได้ชัดเจนว่า ระบบการคัดกรองบุคลากรเข้าสู่องค์กรนั้นยังมีจุดบกพร่องที่จะต้องแก้ไข โดยเฉพาะข้อมูลพนักงานที่ถูกให้ออกโดยไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เพราะอาจจะแค่มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต แต่ยังไม่ได้สร้างความเสียหายเป็นตัวเงิน พนักงานกลุ่มนี้ก็จะย้ายจากธนาคารแห่งหนึ่งไปสร้างความเสียหายให้กับธนาคารอื่น
เป็นไปได้หรือไม่ ที่สมาคมธนาคารไทยจะพบข้อมูลบุคลากรที่เป็นตัวร้ายเหล่านี้ เพื่อกำจัดคนไม่ดีออกไปจากระบบ
แหล่งข่าวจากชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริต สมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะเก็บข้อมูลไว้ ไม่ได้เปิดเผยเป็นการทั่วไป แต่หากธนาคารอื่นสอบถามก็ต้องสอบถามเป็นรายบุคคล ไม่สามารถนำข้อมูลมารวมกันเหมือนข้อมูลลูกหนี้ในเครดิตบูโร เพราะเกรงจะมีปัญหาประเด็นด้านกฎหมาย
อย่างไรก็ดี อาจจะมีการนำเรื่องนี้ไปหารือในสมาคมธนาคารไทย เพื่อผลักดันว่าควรจะจัดทำข้อมูลพนักงานแบงก์ที่ฉ้อโกงแล้วแลกเปลี่ยนกันหรือไม่ เพื่อลดความสูญเสียในอนาคต หากเกิดกรณีฉ้อโกงลูกค้าอีก
การฉ้อโกงต่อเนื่องที่เป็นคดีความกันอยู่นี้ จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงระบบบริหารความเสี่ยงการปฏิบัติงาน ที่จะต้องดูแลให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น หากเกิดความเสียหายขึ้นมาแล้ว ไม่คุ้มค่าที่จะแลกระหว่างชื่อเสียง ภาพลักษณ์ของธนาคารที่จะเสียไปในเวลาไม่กี่วัน ทั้งที่ธนาคารพากเพียรสร้างชื่อเสียงมานานหลายสิบปี







