
สิทธิสภาพนอกอาณาเขตในไทย
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรียุติธรรมได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินคดีต่อคนที่หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์พระราชินี รัชทายาท ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมทั้งต้องหาทางดำเนินการต่อพวกหัวหมอที่หาทางเลี่ยงกฎหมายแต่แสดงกิริยาวาจาที่จาบจ้วง ล่วงละเมิดสถาบันสูงสุด ตามนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่ประกาศชัดเจนว่าจะยกย่อง เทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่เพียงแต่พูดเท่านั้น แต่เอาจริงด้วย
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรียุติธรรมได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินคดีต่อคนที่หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์พระราชินี รัชทายาท ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมทั้งต้องหาทางดำเนินการต่อพวกหัวหมอที่หาทางเลี่ยงกฎหมายแต่แสดงกิริยาวาจาที่จาบจ้วง ล่วงละเมิดสถาบันสูงสุด ตามนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่ประกาศชัดเจนว่าจะยกย่อง เทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่เพียงแต่พูดเท่านั้น แต่เอาจริงด้วย
อยากให้คนไทยทุกคนชี้แจงให้กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะพวกฝรั่งได้เข้าใจด้วยว่า กฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นบทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองต่อองค์พระประมุขของประเทศไทย ให้พ้นจากการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น เหมือนกับประชาชนทั่วไปที่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย แต่คนทั่วไปสามารถนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลได้ แต่องค์พระประมุขท่านทำไม่ได้ จึงต้องมีมาตรา 112 ให้ความคุ้มครองซึ่งเป็นไปตามหลักสากล ในทุกประเทศก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุขของตนทำนองนี้เช่นกัน
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจได้จับกุมเครือข่ายหมิ่นสถาบันกษัตริย์อันประกอบด้วย พงษ์ศักดิ์ ศรีบุญเพ็ง หรือ เล้ง ซึ่งใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า Sam Parr พงษ์ศักดิ์ หลบหนีข้ามไปมาระหว่างไทยกับลาวและกัมพูชา เขารับสารภาพโดยอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่วนคนอื่นในเครือข่ายก็มี ชโย อัญชลีวัชระ หรือ Uncha Unyo คนนี้เป็นถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เมือง จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นคนรวบรวมข้อมูลส่งให้พงษ์ศักดิ์ไปดัดแปลงใช้โจมตีสถาบันทางสื่อออนไลน์ ภาส อินทร์ประพงษ์หรือ ทนายหมู ชลธิชา ช่วยนุกิจ ภรรยา และ รัตนา ริทซิงเออร์ เครือข่ายนี้ทำงานอย่างเป็นกระบวนการทั้งด้านการหาข้อมูล การสนับสนุนด้านการเงิน ให้ที่พักพิงช่วยเหลือหาที่หลบซ่อนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาวและกัมพูชา
สำหรับคนไทยที่โดน ม.112 และหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศที่ถูกกล่าวถึงมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา คือ เอกภพ เหลือราหรือ ตั้ง อาชีวะ ซึ่งมีหมายจับของศาลในข้อหาไม่มารายงานตัวต่อ คสช. และมีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 เวลานี้พำนักอยู่ในเมืองโอ๊กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ คนไทยที่นั้นระบุบ้านเลขที่และถ่ายรูปที่พักเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ทำงานโดยเป็นช่างที่ร้านแห่งหนึ่ง เอกภพได้วีซ่าประเภทอยู่ถาวร (Resident Visa) แต่ยังไม่ได้ความเป็นพลเมืองนิวซีแลนด์ ต้องรอไปประมาณ 5 ปีถึงจะขอได้
เอกภพหนีหมายจับไปอยู่กัมพูชา สงสัยว่าเจ้าหน้าที่ไทยในยุครัฐบาลชุดก่อนเป็นคนช่วยเหลือ อย่างไรก็ดี หลังจากที่ คสช.ยึดอำนาจ ฮุนเซนไม่ต้องการมีปัญหากับรัฐบาล คสช. เขาเคยประกาศว่าจะไม่ยอมให้ใครมาใช้ดินแดนกัมพูชาทำอันตรายต่อไทย หลังจากนั้นคนที่โดนข้อหา ม.112 ที่ไปสุมหัวกันอยู่ในกัมพูชาในช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยได้รับการดูแลอย่างดีจากทางการกัมพูชาค่อยๆ ทยอยออกไป
ส่วนหนึ่งหนีไปสุมหัวกันอยู่ในฝรั่งเศส
สำหรับเอกภพนั้น กัมพูชาให้ประสานกับ ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ ประจำกัมพูชาขอให้เป็นผู้ลี้ภัยและใช้โควตาของนิวซีแลนด์ ซึ่งมีข้อตกลงจะรับผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่งไปพำนักในนิวซีแลนด์ แต่ทางการนิวซีแลนด์และ ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ คาดไม่ถึงว่าจะเจอกับปฏิกิริยาจากคนไทยรุนแรงถึงขนาดนี้ ฝรั่งถูกฮุนเซนต้มจนสุก ส่วน ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คุมสำนักงานสาขาในกัมพูชาด้วย จะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ เท่ากับสำนักงานที่กรุงเทพฯ รู้เห็นเป็นใจกับตัวแทนในกัมพูชา
จึงไม่แปลกใจที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ ที่กรุงเทพฯ ถูกคนไทยถล่มจนต้องตัดสินใจปิดเว็บและเฟซบุ๊กเป็นการชั่วคราว นอกจากนั้นคนไทยกลุ่มหนึ่งที่เคยบริจาคเงินให้ ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ ในไทยประกาศระงับการบริจาคจนสำนักงานต้องใช้คนไทยที่เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ออกมาวิงวอนเรียกร้องขอให้บริจาคเงินต่อไป นอกจากนั้นคนไทยได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยระงับการบริจาคเงิน ซึ่งเป็นภาษีของประชาชนต่อ ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ เป็นการชั่วคราวเพื่อแสดงความ
ไม่พอใจของเจ้าของเงิน
แม้สำนักงาน ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ กรุงเทพฯ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงแต่ไม่ได้ทำให้คนไทยคลายความหงุดหงิด เช่นเดียวกัน คนไทยกลุ่มหนึ่งได้ไปประท้วงที่สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำไทยเพื่อขอทราบเหตุผลที่ยอมให้เอกภพพำนักอยู่ในประเทศ แต่คำตอบที่ได้รับจนถึงขณะนี้คือความเงียบ ทำให้คนไทยกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันผ่านสื่อออนไลน์เรียกร้องให้บอยคอตสินค้านิวซีแลนด์ คนไทยส่วนหนึ่งระงับการ
เดินทางไปเที่ยวนิวซีแลนด์ช่วงเวลานี้เพื่อเป็นการประท้วง
คนไทยหงุดหงิดกับ ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ ในไทยมานานแล้ว เพราะทำอะไรไม่ค่อยคิดถึงอธิปไตยของไทย จะเอาคนต่างชาติมาลี้ภัยอยู่ในไทยท่าเดียว เมืองไทยกลายเป็นสวรรค์สำหรับพวกแขก และคนดำ
ทั้งหลาย เมื่อมาถึงเมืองไทยก็ฉีกหนังสือเดินทางทิ้ง และมาขอสถานภาพผู้ลี้ภัยจาก ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ เริ่มต้นจะให้สถานะความเป็น “บุคคลที่น่าห่วงใย” แก่คนเหล่านี้ที่ทำให้สามารถอยู่ในไทยได้อย่างเสรี ซ้ำยังได้รับเงินยังชีพที่ส่วนหนึ่งเป็นภาษีและเงินบริจาคจากคนไทย และหางานทำในไทยได้ พอถูกตำรวจจับ เขาก็ควักบัตร พี.โอ.ซี. ให้ดู ตำรวจทำอะไรไม่ได้ พวกนี้มาใช้สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกของคนไทยที่เสียภาษี เวลานี้ ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ พยายามกดดันให้ทางการไทยยอมรับพวกโรฮิงยาให้เป็นผู้ลี้ภัยอีก
นอกจากออกบัตร “พี.โอ.ซี.” ให้กับคนต่างด้าวมากมาย หลายปีมาแล้ว ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ และอเมริกันพยายามกดดันไม่ให้ไทยส่งพวก “ม้งพลัดถิ่น” จากลาวกลับประเทศลาวตามคำร้องขอของทางการลาวต่อทางการไทย อเมริกันและองค์กรโลกแห่งนี้กดดันไทยทุกด้านเพราะต้องการใช้ประโยชน์จากพวกม้งพลัดถิ่นเหล่านี้เพื่อบ่อนทำลายรัฐบาลประเทศลาว ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของไทย และไทยมีนโยบายชัดเจนที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ไทยต้องต่อสู้กับอเมริกันและ ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ จนสามารถส่งม้งกลับได้หมด ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน
ทำไปทำมา
“สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” ที่ฝรั่งเคยใช้กดหัวไทยและเราได้ต่อสู้จนขจัดไปแล้ว กำลังกลับมาอีกครั้งโดยฝีมือของ ยู.เอ็น.เอช.ซี.อาร์ นี่เอง







