
สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนปลอดยาเสพติด
9 หน่วยงาน จับมือลงนามMOU รวมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนปลอดยาเสพติด
9 หน่วยงาน จับมือลงนามMOU รวมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนปลอดยาเสพติด
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่ห้องจูปิเตอร์ 12 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารของ 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องการดำเนินงานด้านการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 2558 โดยมุ่งผนึกกำลังดูแลเยาวชน เน้นการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เข้มแข็ง จริงจัง ต่อเนื่อง ซึ่งจะพุ่งเป้าไปที่การเสริมสร้างความสามารถของสมองในการบริหารจัดการชีวิต : Executive Functions หรือ EFs ในเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างพื้นฐานการมีภูมิคุ้มกันยาเสพติดที่เข้มแข็ง
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เพื่อป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติด ซึ่งในช่วงปี 2557 เป็นเพียงการจับกุมปราบปราม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ปัญหายาเสพติดลดลง ซึ่งหลังจากนี้เราจะมุ่งเน้นเรื่องการป้องกันเป็นหลัก โดยมีระยะเวลา5 ปีตั้งแต่ปี 2558-2562 รวมระยะเวลา 5 ปี เพื่อลดปัญหายาเสพติด ซึ่งจะมุ่งเน้นในเรื่องของระบบการป้องกัน โดยจะปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่เด็ก โดยให้กระทรวงศึกษาธิการดูแลเรื่องเด็กและเยาวชน ส่วนกระทรวงมหาดไทย ดูแลในเรื่องของระดับครอบครัว ชุมชน และเยาวชนนอกสถานศึกษา ซึ่งการป้องกันปัญหายาเสพติดของสถานศึกษาจะต้องทำให้เกิดความเชื่อมโยงกัน เช่น โครงการครูแดร์ที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 6,000 คน รวมถึงพระสงฆ์ว่าจะสามารถเข้าไปเฝ้าระวังเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดได้และเข้าไปอยู่ในระบบการเรียนการสอน ซึ่งในส่วนของพระสงฆ์ต้องไปดูว่ามีข้อกฎหมายและกฎระเบียบใดบ้างที่จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงกัน รวมถึงโครงการทูบีนัมเบอร์วันด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องทำงานแบบบูรณาการเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ ทางกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) จะทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมางบประมาณในการสนับสนุนการป้องกันปัญหายาเสพติดระดับโรงเรียนไม่เพียงพอ ซึ่ง โรงเรียนกว่า40,000แห่งทั่วประเทศ ได้รับงบประมาณในการสนับสนุนรณรงค์ด้านนี้เพียงโรงเรียนละ 5,000 บาท และเป็นงบหมุนเวียนแต่ละโรงเรียน 7 ปี จะได้งบ 1 ครั้ง
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ ตนจะเดินทางไปยังประเทศจีน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการจัดระบบแก้ไขปัญหาแหล่งผลิตยาเสพติดในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งตนอยากให้ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหา สำหรับหมายจับพ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญที่ได้ส่งไปยังประเทศเมียนมาร์แล้ว ขณะนี้รอเพียงการตอบรับของประเทศปลายทางเท่านั้น







