
สกัดบาทแข็ง
หวั่นเงินไหลบ่าเข้าไทย ทำค่าเงินบาทแข็งพรวดพราด ธปท.จับตาใกล้ชิด
หวั่นเงินไหลบ่าเข้าไทย ทำค่าเงินบาทแข็งพรวดพราด ธปท.จับตาใกล้ชิด
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กำลังจับตาการเคลื่อนย้ายเงินทุนหลังจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ยกเลิกกำหนดเพดานค่าเงินฟรังก์ และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันที่ 22 ม.ค. จะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มปริมาณเงิน (คิวอี) หรือไม่
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า หากประกาศใช้คิวอีจริง อาจทำให้เงินทุนในยุโรปเคลื่อนย้ายไปลงทุนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ซึ่งไทยก็อยู่ในข่ายที่จะมีเงินทุนเคลื่อนย้ายมา เพราะมีทุนสำรองระหว่างประเทศแข็งแกร่ง หนี้สาธารณะยังต่ำเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
“กำลังดูว่าเงินจะไหลมารูปแบบไหน ถ้าค่อยเป็นค่อยไปก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทะลักมาก็จะกระทบต่อค่าเงินบาท ซึ่งเราจะดูแลไม่ให้ค่าเงินผันผวนมาก” รองนายกฯ กล่าว
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันที่ค่าเงินอ่อนลง การไหลเข้าของเงินทุนไม่ได้อยู่ที่ราคาน้ำมันแต่อยู่ที่นโยบายการเงินแต่ละประเทศและเศรษฐกิจโลก
“ตั้งแต่ต้นปีค่าเงินบาทแข็งขึ้นประมาณ 0.55% เป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคอาจมีบางวันที่เงินบาทแข็งค่าเร็ว ตามภาวะตลาดที่มีธุรกรรมเบาบาง ซึ่ง ธปท.จะติดตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิดและดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวน” นางจันทวรรณ กล่าว
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เอกชนกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และการประชุมอีซีบี เพราะอาจมีผลทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นซ้ำเติมให้การส่งออกแย่ลงไปอีก หากเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องคงต้องนำไปหารือร่วมกันในคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ต่อไป
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม พบว่า ผู้เข้าประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงสิ้นปีนี้







