
สปสช.ยืดซีแอลยาเอดส์2รายการประหยัด3พันล.
โพสต์ทูเดย์
— มติบอร์ด สปสช. ยืดอายุซีแอลยาเอดส์จนหมดอายุช่วยคนเข้าถึงยาครอบคลุมมากขึ้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีมติให้ขยายเวลาการประกาศใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยรัฐ (ซีแอล) ยาต้านไวรัสเอดส์ 2 รายการ ไปจนหมดอายุสิทธิบัตรยา โดยจะส่งความเห็นไปยังกรมควบคุมโรคเพื่อพิจารณาแก้ไขประกาศกฎกระทรวงต่อไป
สำหรับยารายการแรกคือยาเอฟฟาไวแรนซ์ จะสิ้นสุดอายุซีแอลวันที่ 31 ธ.ค. 2554 ให้ขยายเวลาเป็นวันที่ 31 ก.ค. 2556 รายการที่สองคือยาโลพินาเวียร์/ริโทนาเวียร์ สิ้นสุดวันที่ 31 ม.ค. 2555 ให้ขยายเป็นวันที่ 4 ธ.ค. 2559
ทั้งนี้ การขยายซีแอลครั้งนี้จะครอบคลุมถึงบุคคลที่รอพิสูจน์สัญชาติจำนวน 4.57 แสนราย และอนุภัณฑ์ต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ช่วยประหยัดงบประมาณได้ 3,287 ล้านบาท และทำให้ยาทั้งสองรายการมีราคาลดลงจากเดิม 3.4 เท่า และ 6.4 เท่าตามลำดับ รวมทั้งทำให้มีผู้เข้าถึงยามากขึ้น รายการแรกจากเดิม 4,539 คน เพิ่มเป็น 29,360 คน และรายการสองจาก 39 คน เพิ่มเป็น 6,246 คน
นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า การขยายซีแอลยาไวรัสเอดส์ทั้งสองรายการจะครอบคลุมผู้ติดเชื้อทุกกลุ่มไม่เฉพาะผู้ติดเชื้อในระบบบัตรทอง แต่ครอบคลุมไปถึงสวัสดิการข้าราชการ ผู้ประตนในระบบประกันสังคม ผู้รอการพิสูจน์สัญชาติ รวมถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ก่อนหน้านี้ไม่ครอบคลุม
“
ขณะนี้เราไม่ทราบว่า ในกลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจมีผู้ติดเชื้อมากแค่ไหน เพราะไม่เคยมีการจัดทำข้อมูล ซึ่งจะทราบต่อเมื่อผู้ป่วยเหล่านี้เข้ามาใช้บริการในระบบบัตรทองหลังจากนี้ และแม้ว่าที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจจะมีสวัสดิการจ่ายค่ายาต้านไวรัสให้ แต่ก็มีปัญหาเนื่องจากหลายคนที่อาย ไม่กล้านำใบเสร็จมาเบิกจ่าย ไม่อยากให้คนในออฟฟิศรู้ ทำให้ส่วนใหญ่ต้องแบกรับภาระค่ายาเอง” นายนิมิตร์ กล่าว






