
สนช.นัดแถลงเปิดคดีถอดถอน38สว.ปมแก้รธน.25ก.พ.
สนช.นัดแถลงเปิดคดีถอดถอน 38 สว.กรณีแก้ไขรัฐะรรมนูญ 25 ก.พ.พร้อมไม่อนุญาตเพิ่มหลักฐาน
สนช.นัดแถลงเปิดคดีถอดถอน 38 สว.กรณีแก้ไขรัฐะรรมนูญ 25 ก.พ.พร้อมไม่อนุญาตเพิ่มหลักฐาน
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาการกำหนดวันแถลงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้กล่าวหา และสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 38 คนผู้ถูกกล่าวหา ในกรณีที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่มาของ ส.ว. โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กำหนดวันแถลงเปิดคดี เป็นวันที่ 25 ก.พ. โดยให้สมาชิกสามารถยื่นญัตติซักถามคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ถึงวันที่ 24 ก.พ. นี้
อย่างไรก็ตาม นายสมชาย ได้เสนอให้ที่ประชุมยกเว้นข้อบังคับ ให้เลื่อนการยื่นญัตติซักถามคู่กรณีออกไปเป็น เวลา 12.00 น. วันที่ 27 ก.พ.เพื่อให้สมาชิกได้ฟังคำแถลงเปิดคดีก่อน เช่นเดียวกับคดีการถอดถอนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบด้วยคะแนน 179 ต่อ 1 และงดออกเสียง 4 เสียง
ต่อมา พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนะพงศ์ สมาชิก สปช. ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นคำขอเพิ่มเติมพยานเอกสาร จำนวน 2 รายการ คือคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ เลขที่ 53-58/ 2557และหนังสือแจ้งจากศาลรัฐธรรมนูญ โดย เอกสารดังกล่าวเป็นคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการร้องถอดถอนสมาชิกรัฐสภา ที่ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ประกอบด้วย แก้ไขเรื่องที่มา ส.ว. แก้ไขมาตรา 68 ประกอบมาตรา 237 และแก้ไขมาตรา 190 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีการจำหน่ายคดีแก้ไขมาตรา 68 ประกอบมาตรา 237 และแก้ไขมาตรา 190 โดยอ้างเหตุผลว่า เป็นการสิ้นสุดรัฐธรรมนูญปี 50
อย่างไรก็ตาม ในส่วนคดีขณะที่การแก้ไขที่มา ส.ว. ป.ป.ช.ได้ไต่สวนและชี้มูลเรียบร้อยแล้ว โดยยังมีความเห็นของกรรมการป.ป.ช.เสียงข้างน้อย 1 คือนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช.ที่ให้ความเห็นต่อการส่งเรื่องถอดถอนมายังวุฒิสภา เนื่องจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งมีศักดิ์สูงกว่าถูกยกเลิกไปแล้ว
ขณะที่นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มพยาน เพราะไม่มีประโยชน์ต่อการพิจารณาของสนช.และการพิจารณาของ ป.ป.ช. ไม่ได้ดำเนินการตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพียงอย่างเดียว แต่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ด้วย แม้ตนจะเป็นเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วยกับการส่งเรื่องให้ถอดถอน แต่เมื่อเป็นมติของป.ป.ช.ที่จะส่งให้ถอดถอน ก็ยอมรับ และป.ป.ช.ก็มีอำนาจหน้าที่ในการถอดถอน
สุดท้าย ที่ประชุมลงมติไม่อนุญาตให้เพิ่มพยานทั้ง 2 รายการ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม แจงต่อที่ประชุมว่า พ.ต.ท.จิตต์ ได้ทำหนังสือมายังตนว่า ขอคัดค้านสมาชิก สนช. ที่เคยเป็น สว. สรรหา ชุดปี 2551 และ 2554 เพราะเห็นว่ามีประโยชน์ได้เสียกับการพิจารณา จึงขอให้ห้ามสมาชิก สนช. กลุ่มดังกล่าว เข้าร่วมการประชุมในเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายพรเพชร ระบุว่า คงไม่สามารถวินิจฉัยแตกต่างไปจากเดิมไม่ได้ เพราะหนังสือคัดค้านไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน และไม่มีบทบัญญัติทางกฎหมายที่ห้ามไว้ ดังนั้นสมาชิกสามารถเข้าร่วมประชุมในกระบวนการถอดถอนได้







