
คนกรุงฝันค้าง บีอาร์ที ส่อเหลว
8...อาทิตย์ เคนมี
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดคน กทม. เพียงไม่นานหลังจากที่ได้ชื่นชมยินดีกับการเปิดตัวรถเมล์ด่วนพิเศษ หรือบีอาร์ที สายแรกในประวัติศาสตร์เมืองกรุง เสียงชื่นชมผ่านไปไม่ทันไรก็พบว่าการเดินทางของรถเมล์ด่วนพิเศษสายนี้ไม่ได้สะดวกสบายราบรื่นอย่างที่คิด แต่กลับเต็มไปด้วยปัญหาสารพัดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข
นับตั้งแต่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดให้บริการรถเมล์ด่วนบีอาร์ทีเส้นทางนำร่องสายแรกจากสาทรราชพฤกษ์ ระยะทาง 15 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยคาดหวังว่าจะช่วยบรรเทาทุกข์ของคนเมืองที่ต้องเผชิญวิบากกรรมปัญหาจราจรให้สามารถเดินทางด้วยความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และเพียบพร้อมไปด้วยความทันสมัยในราคาเทียบเท่ารถประจำทางปรับอากาศหรือรถเมล์ติดแอร์ แต่ปัญหาของเจ้ารถเมล์ด่วนพิเศษที่ว่านี้มีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขัดข้องทางเทคนิค ความไม่ชำนาญของพนักงานขับรถ รวมถึงความไม่คุ้นชินของประชาชนผู้ใช้บริการ ยังไม่นับปัญหาเรื่องวินัยในการใช้รถใช้ถนนของคนกรุงที่ยากจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข
หลังเปิดให้บริการเพียงแค่สัปดาห์แรกก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้โดยสารต้องลุ้นระทึกอยู่บ่อยครั้ง โดยรถบีอาร์ทีเกิดปัญหาระบบเชื้อเพลิงขัดข้องจนทำให้เครื่องยนต์ดับระหว่างทาง นอกจากนี้ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เบียดแทรกเข้าไปในช่องทางจราจรที่จัดไว้เฉพาะรถเมล์บีอาร์ที ขณะที่รถยนต์ทั่วไปก็มีการขับเฉี่ยวชนแท่งคอนกรีตที่กั้นระหว่างช่องทางบีอาร์ที ทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง
พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ฝ่ายการจราจร กล่าวถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ที่ผ่านมาพบว่ามีอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปที่ยังไม่คุ้นเคยกับการเดินรถบีอาร์ที ประกอบกับสัญญาณไฟและเครื่องหมายจราจรต่างๆ ไม่มีความชัดเจน ทำให้เกิดการจราจรติดขัดในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงคอขวดบริเวณเชิงสะพานพระราม 3 นอกจากนี้ระบบไฟจราจรอัจฉริยะสำหรับรถเมล์บีอาร์ทียังไม่มีความสมบูรณ์แบบเท่าที่ควร ดังนั้นจึงต้องอาศัยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลสัญญาณจราจรด้วยตัวเองโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน
พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า ภายในเร็วๆ นี้จะมีการจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระหว่าง กทม. กองบังคับการตำรวจจราจร และตำรวจ สน.ท้องที่ ได้แก่ สน.ทุ่งมหาเมฆ วัดพระยาไกร ยานนาวา บางโพงพาง ตลาดพลู และบุคคโล เพื่อสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดและนำไปปรับปรุงแก้ไขให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
ขณะที่ พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร) กล่าวว่า ปัญหาในการเดินรถบีอาร์ทีมีส่วนทำให้การจราจรติดขัดเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีความสับสนและไม่เข้าใจเกี่ยวกับการใช้ช่องทางจราจร อีกทั้งป้ายบอกทางร่วมและทางแยกต่างๆ ยังไม่ชัดเจนและมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้มีการฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ซึ่งในระยะแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังไม่จับปรับ แต่จะประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนเบื้องต้นก่อน
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อุทัยวรรณ กล่าวว่า โครงการบีอาร์ทีถือว่าอยู่ในระยะทดลอง ซึ่งอาจมีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่บ้าง ดังนั้นจึงควรให้โอกาส กทม. ในการปรับปรุงแก้ไข และไม่อยากด่วนสรุปว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว ข้อบกพร่องต่างๆ ในการจัดระบบเดินรถบีอาร์ที ยังสามารถแก้ไขได้ เนื่องจากเป็นปัญหาด้านกายภาพ ซึ่ง กทม. จะต้องมีการประเมินผลอีกครั้ง รวมทั้งควรมีการทำประชาพิจารณ์ก่อนที่จะดำเนินโครงการในระยะต่อไป
สำหรับการทดลองเดินรถบีอาร์ทีในขณะนี้ไปจนถึงสิ้นปีนี้ กทม.จัดโปรโมชันสุดพิเศษให้ประชาชนทั่วไปนั่งฟรีไม่ต้องเสียสตางค์ จากนั้นจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 2 ม.ค. 2554 โดยจัดเก็บค่าโดยสาร 1220 บาทตามระยะทาง หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี เป้าหมายต่อไป กทม. ก็วาดฝันให้กับคนกรุงว่าจะขยายโครงการเพิ่มอีก 4 เส้นทาง ได้แก่ 1.สายหมอชิตศูนย์ราชการนนทบุรี 2.สายสาทรสุขสวัสดิ์ 3.สายดอนเมืองมีนบุรีสุวรรณภูมิ และ 4.สายมีนบุรีศรีนครินทร์สำโรง
ทว่าเส้นทางบีอาร์ทีที่จะขยายต่อไปในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน เฉพาะเส้นทางสายนำร่องก็เต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการในการเดินรถ
ด้านนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวยอมรับว่า หลังเปิดเดินรถบีอาร์ทีแล้วอาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาการจราจรในช่วงแรก ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการปรับตัว โดย กทม. เตรียมประเมินผลภายใน 7 เดือน หากเสียงตอบรับของประชาชนไม่เป็นที่น่าพอใจก็พร้อมจะปรับระบบการเดินรถใหม่ให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด รวมทั้งจะทบทวนโครงการที่จะทำต่อไปในอนาคต
นายธีระชน กล่าวอีกว่า จากการสำรวจยอดผู้มาใช้บริการบีอาร์ทีขณะนี้มีประมาณ 1.5 หมื่นคนต่อวัน จากเดิมตั้งเป้าว่าจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 3 หมื่นคนต่อวัน และหากภายในต้นปี 2554 ยังมียอดผู้มาใช้บริการไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ กทม.ก็อาจทบทวนยกเลิกเส้นทางบีอาร์ทีที่เหลือทั้งหมด
อีก 7 เดือนนับจากนี้จึงเป็นช่วงเวลาของการพิสูจน์ว่า รถเมล์ด่วนบีอาร์ทีของ กทม. จะสามารถครองใจคนกรุงได้หรือไม่ หรือสุดท้ายอาจต้องพับโครงการเข้ากรุ







