posttoday
"บอย ปกรณ์"แจงปปง.ยันซื้อรถหรูถูกต้อง-ไม่รู้จัก"กิตติศักดิ์"

"บอย ปกรณ์"แจงปปง.ยันซื้อรถหรูถูกต้อง-ไม่รู้จัก"กิตติศักดิ์"

21 มกราคม 2558

นักแสดงหนุ่ม"บอย ปกรณ์" ดอดแจง ปปง. ยืนยันซื้อรถหรูถูกต้อง ไม่รู้จัก "กิตติศักดิ์" ผู้ต้องหายักยอกเงิน สจล.

นักแสดงหนุ่ม"บอย ปกรณ์" ดอดแจง ปปง. ยืนยันซื้อรถหรูถูกต้อง ไม่รู้จัก "กิตติศักดิ์" ผู้ต้องหายักยอกเงิน สจล.

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. นายปกรณ์  ฉัตรบริรักษ์  หรือบอย  พร้อมทนายเดินทางเข้าพบพ.ต.อ.สีหนาท  ประยูรรัตน์  เลขาธิการปปง.เพื่อชี้แจงที่มาของการซื้อรถยนต์หรูลัมโบกินี สีเขียวจากนายกิตติศักดิ์  มัทธุจัด  ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)  โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

นายปกรณ์ กล่าวว่า ได้นำหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับการซื้อรถยนต์มาแสดงต่อปปง. ประกอบด้วย ข้อมูลการซื้อขาย ยี่ห้อและรุ่น หลักฐานการทำสัญญาซื้อขาย รวมถึงราคาซื้อขายรถยนต์ ซึ่งประเด็นที่มองว่าตนซื้อรถยนต์ในราคาต่ำผิดปกติขอชี้แจงว่ารถยนต์คันนี้เป็นรถที่ซื้อจากเกรย์มาเก็ต ราคาป้ายแดง 17.8 ล้านบาท ไม่ใช่มีราคาสูงถึง 20 ล้านบาท รถยนต์จากเกรย์มาร์เก็ตราคาซื้อจะต่ำกว่ารถยนที่ซื้อจากศูนย์บริการ แต่เมื่อขายต่อเป็นรถมือสองราคาจะตกอยู่ที่ประมาณ 13.5 ล้านบาท ตนจึงไม่ได้ซื้อรถต่ำกว่าราคาในท้องตลาด ซึ่งสามารถเปิดเว็ปไซต์ตรวจสอบได้ว่า รถลัมโบกินีรุ่นเดียวกับตนมีราคาอย่างไร

“ก่อนที่ผมจะซื้อรถคันนี้ได้หาข้อมูลราคาผ่านเว็ปไซต์ต่างๆ พบว่ามีราคาใกล้เคียงกัน จากนั้นพี่นอกวงการบันเทิงที่รู้จักกันได้ให้เบอร์ติดต่อกับ “โอ๊ตภาดา” และคิดว่ารถคันดังกล่าวเป็นของนายโอ๊ต แต่เมื่อติดต่อซื้อขายจึงทราบว่าเป็นรถของนายกิตติศักดิ์ ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนายกิตติศักดิ์ ก่อนซื้อขายได้พยายามสอบถามว่าทำอาชีพอะไรแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไร ก่อนซื้อได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบว่ามีการเสียภาษีนำเข้าถูกต้องหรือไม่ และได้ทำสัญญาซื้อขายอย่างรัดกุม แต่กรณีที่นายกิตติศักดิ์ไปยักยอกสจล.เป็นเรื่องเหนือการควบคุมของผม หลังมีคดีความผมก็ไม่เคยติดต่อกับผู้ต้องหาอีกเลย ตอนนี้คงจะงดซื้อรถแพง และต้องการได้รถคืนเพราะเป็นรถที่ซื้อได้มาจากการทำงาน แต่โชคไม่ดีที่เจอกับคนคันนี้”นายปกรณ์กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า  การเดินทางเข้าพบปปง.ครั้งนี้เป็นไปตามที่ปปง.มีมติอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีสจล. โดยหนึ่งในทรัพย์ที่ปปง.อายัดคือรถยนต์ลัมโบกินีที่นายปกรณ์ซื้อต่อมาจากนายกิตติศักดิ์ ตามกฎหมายฟอกเงินซึ่งเจ้าของทรัพย์ต้องนำหลักฐานเข้ามาชี้แจงพร้อมให้ปากคำ โดยนายปกรณ์ยังไม่ได้นำรถยนต์มาส่งมอบตามคำสั่งอายัดอยู่ระหว่างการตรวจสภาพรถยนต์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ แต่ได้นำเอกสารการซื้อขายรถยนต์ ที่มาของเงินที่นำมาซื้อรถเพื่อให้ปปง.นำมาสอบทานกับธุรกรรมต้องสงสัยของนายกิตติศักดิ์ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นเงินที่ได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นเงินจากการทำธุรกิจของตัวเองไม่ใช่เงินของนายกิตติศักดิ์ รวมถึงประเด็นที่มีการซื้อขายรถยนต์ในราคาต่ำกว่าปกติ

"ขณะนี้ถือว่าการชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว ยกเว้นมีกรณีเพิ่มเติมก็จะเรียกมาให้การหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม  ขั้นตอนต่อไปปปง.จะรวบรวมเอกสารและข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการธุรกรรมปปง.ที่จะมีการประชุมในวันที่ 11 ก.พ. นี้ เพื่อพิจารณาว่าจะมีคำสั่งยึดรถหรือเพิกถอนการอายัด"พ.ต.อ.สีหนาทกล่าว

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าปปง.จะถอนการอายัดรถยนต์หรือไม่ แต่เบื้องต้นนายปกรณ์ไม่ใช่ผู้ร้ายและไม่ใช่ผู้กระทำผิดกฎหมาย แต่เป็นผู้นำเงินมาซื้อรถยนต์ที่ได้มาจากการยักยอกทรัพย์สจล. ซึ่งกฎหมายฟอกเงินถือว่ารถยนต์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานฟอกเงิน แต่ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สามารถพิสูจน์ได้ว่า มีการซื้อขายโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนถูกต้อง ก็ต้องคืนทรัพย์ให้ผู้ซื้อซึ่งเป็นหลักการในการคุ้มครองบุคคลภายนอกที่สุจริต ในชั้นนี้นายปกรณ์ได้นำต้นขั้วแคชเชียร์เช็คมาแสดงว่ามีการซื้อขายรถด้วยเงินของตัวเอง ไม่ใช่เป็นเงินของนายกิตติศักดิ์

"ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสที่ตำรวจดำเนินคดียักยอกทรัพย์ โดยใช้กรณี การอายัดรถยนต์ของนายปกรณ์แล้วโทรศัพท์ไปหลอกลวงประชาชนให้โอนเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกอายัดทรัพย์เช่นเดียวกับนายปกรณ์ ล่าสุดมีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้คนร้าย 1.5 ล้านบาท โดยเป็นการโอนเงินถึง 6 ครั้ง ปปง.จึงขอชี้แจงและยืนยันอีกครั้งว่า กระบวนการดำเนินคดีของปปง.จะไม่ใช้โทรศัพท์ติดต่อ แต่จะทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ"พ.ต.อ.สีหนาท กล่าว 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท