
สอท.ขอค่าเงิน-ดอกนิ่ง
วอนธปท.แทรกแซงบางช่วง แบงก์เอื้อสภาพคล่องธุรกิจ
โพสต์ทูเดย์
— บอร์ดใหม่ ส.อ.ท. พบ ธปท. 15 มิ.ย. แลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจไทย วอนพยุงเงินบาทบางช่วง คงดอกเบี้ย 1.25% ถึงปลายปีนี้นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวานผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงการมาเข้าพบของตัวแทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ว่า ส.อ.ท.น่าจะมารับฟังข้อมูลการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทย การดำเนินนโยบายการเงินและสถาบันการเงินจาก ธปท. พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ถือเป็นการอัพเดตข้อมูลระหว่าง 2 หน่วยงาน
“
การหารือกันครั้งนี้น่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ และเราได้ดูภาคเอกชนด้วยว่าเขามองภาพเศรษฐกิจอย่างไร มีอะไรเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจบ้าง เรายินดีรับฟังเอกชนภายใต้กรอบนโยบายที่เรามีอยู่” นายไพบูลย์ กล่าวนายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า คณะผู้บริหารชุดใหม่ของ ส.อ.ท. จะไปหารือ ธปท. ถึงภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศและนโยบายการเงิน ว่า ธปท. มีมุมมองต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไร ภายหลังจากมีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง
นอกจากนี้ ปัญหาทางการเงินของกลุ่มประเทศในยุโรป (อียู) ที่กลุ่มยูโรโซนได้ตั้งกองทุนกู้ยืมจำนวน 7.5 แสนล้านยูโร จะส่งผลต่อค่าเงินยูโรแข็งขึ้นหรือไม่ และจะกระทบต่อค่าเงินบาทอย่างไร เพราะหากส่งผลกระทบมากจะกระเทือนต่อตัวเลขการส่งออกของไทยไปอียูได้
ขณะเดียวกันจะสอบถามถึงนโยบายสถาบันการเงินในการอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจ สภาพคล่อง มาตรการของธนาคารพาณิชย์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นต้น
สำหรับข้อเสนอของภาคเอกชน ต้องการให้ ธปท. เข้ามาดูแลค่าเงินบาท โดยอาจจะเข้ามาพยุงค่าเงินบ้างในบางโอกาสตามความเหมาะสม และเอกชนต้องการให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ไปจนถึงปลายปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ เพราะมองว่าขณะนี้เศรษฐกิจยังไม่แข็งแรงเท่าที่ควร
การหารือในครั้งนี้ยังต้องการทราบว่าการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ จะส่งผลกระทบต่อนโยบายของ ธปท. หรือไม่ เพราะนโยบายของผู้ว่าการ ธปท. จะมีผลมากต่อนโยบายโดยรวมของ ธปท.







