
ปปช.พิฆาตจีทูจี เพิ่มแรงบีบสนช.ถอด‘ปู’
สถานการณ์การเมืองตั้งแต่วันที่ 20-23 ม.ค. ต้องติดตามกันแบบห้ามกะพริบตา เพราะในแต่ละวันล้วนมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
สถานการณ์การเมืองตั้งแต่วันที่ 20-23 ม.ค. ต้องติดตามกันแบบห้ามกะพริบตา เพราะในแต่ละวันล้วนมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ
เริ่มตั้งแต่ 20 ม.ค. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะพิจารณาลงมติว่าสมควรชี้มูลความผิด “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ ในคดีโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีหรือไม่
ต่อด้วย 21 ม.ค. “นิคม ไวยรัชพานิช” อดีตประธานวุฒิสภา “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานรัฐสภา และ ป.ป.ช. เตรียมแถลงปิดคดีด้วยวาจาต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในคดีถอดถอนจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.โดยมิชอบ
22 ม.ค. จะเป็นคิวของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ป.ป.ช. ในการแถลงปิดคดีถอดถอนจากกรณีดำเนินนโยบายรับจำนำข้าว
ปิดท้าย 23 ม.ค. สนช.นัดลงมติว่าจะถอดถอน “ยิ่งลักษณ์-สมศักดิ์-นิคม” หรือไม่ โดยเสียงที่ใช้ในการตัดสินว่าบุคคลทั้ง 3 คนจะถูกถอดถอนและเว้นวรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปีหรือไม่ คิือ 3 ใน 5 หรือ 132 เสียง จากสมาชิก สนช.ทั้งหมด 220 คน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกสายตาในเวลานี้จับจ้องมาที่การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันนี้ เนื่องจากจะมีผลผูกพันทางอ้อมกับคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์ กล่าวคือ ถ้า ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดอดีต รมว.พาณิชย์ แน่นอนว่าย่อมเป็นแรงกดดันสำคัญมาที่ สนช.
เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะการประชุม สนช.ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวาระการซักถามของสมาชิก สนช.ในคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์ ปรากฏว่ามีสมาชิก สนช.จำนวนไม่น้อยที่ตั้งคำถามในเชิงขอทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการทุจริตในโครงการ โดยเฉพาะการระบายข้าวแบบจีทูจีที่ก่อนหน้านี้มักมีการอ้างว่าทุจริตกันทุกขั้นตอน เพื่อประกอบการตัดสินใจว่า สนช.ควรลงมติถอดถอนหรือไม่
แม้ครั้งนั้น “วิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช. จะได้ชี้แจงในเบื้องต้นว่ากระบวนการการระบายข้าวแบบจีทูจีมีปัญหาและความไม่โปร่งใสอย่างไร แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น ยังขาดการฟันธงว่าแล้วการทุจริตที่ว่านั้นมีใครผิดบ้าง และยิ่งลักษณ์ปล่อยปละละเลยให้คนเหล่านั้นกระทำความผิดอย่างไร
ด้วยเหตุนี้จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่ยังไม่อาจตัดสินใจได้ว่าแท้จริงแล้วยิ่งลักษณ์มีความผิดหรือไม่ เมื่อ สนช.ตัดสินใจไม่ได้โดยปราศจากข้อมูลพื้นฐานว่ายิ่งลักษณ์มีความผิด 100% หรือไม่ ย่อมเป็นการเอื้อให้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์รอดพ้นจากสังเวียนนี้ไปได้แบบสบายตัว
ทั้งนี้ สมาชิก สนช.จำนวนมากมองว่าหากจะถอดถอนยิ่งลักษณ์ในความผิดจากโครงการรับจำนำข้าว ก็ควรมีบทสรุปในคดีการระบายข้าวออกมาก่อนว่ามีการทุจริตจริงหรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจว่า
ยิ่งลักษณ์ควรถูกถอดถอนในข้อหาปล่อยปละละเลยและไม่ใช้อำนาจในฐานะหัวหน้ารัฐบาลสั่งการระงับยับยั้งป้องกันความเสียหายหรือไม่
หาก ป.ป.ช.มีข้อมูลแค่การระบุว่าการระบายข้าวมีการทุจริต โดยที่ยังไม่มีผลสรุปว่ามีความไม่ชอบมาพากลอย่างเป็นทางการอย่างไร ย่อมเป็นผลให้สมาชิก สนช.ไม่อาจตัดสินใจลงมติถอดถอนยิ่งลักษณ์ได้
แต่กระนัั้น ในทางกลับกัน ถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอดีต รมว.พาณิชย์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับมีข้อมูลที่เป็นประเด็นใหม่อันบ่งบอกถึงการทุจริตในรัฐบาลยิ่งลักษณ์เวลานั้น ย่อมเป็นแรงกดดันที่พุ่งตรงมาที่ สนช.ในวันที่ 23 ม.ค.แบบเต็มๆ
ถึงเวลานั้น สนช.จะมีเหตุผลอย่างไรอธิบายกับสังคมกับการลงมติไม่ถอดถอนยิ่งลักษณ์ หลังจาก ป.ป.ช.ในฐานะหน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตได้มีความเห็นและคำอธิบายถึงความไม่โปร่งใสทั้งหมด
จริงอยู่ สนช.อาจชี้แจงได้ว่าการลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนเป็นเอกสิทธิ์เด็ดขาดของสมาชิก สนช. แต่ในระยะยาวย่อมไม่เป็นผลดีกับ สนช.เอง เนื่องจากต้องทำหน้าที่เป็นผู้พิจารณากลั่นกรองกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปนับร้อยฉบับเพื่อวางรากฐานให้กับประเทศ
ดังนั้น มติของ ป.ป.ช.ในวันนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ซึ่งอนาคตของอดีตนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทยรายนี้ย่อมมีผลไปถึงพรรคเพื่อไทยด้วย







