
หนี้ครัวเรือน ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยง
ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นตัวถ่วงให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ช้า หรือแทบจะไม่ขยายตัวเลย ยังคงถูกจับตาว่าจะสร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจไปอีกหลายปี
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นตัวถ่วงให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ช้า หรือแทบจะไม่ขยายตัวเลย ยังคงถูกจับตาว่าจะสร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจไปอีกหลายปี
เดิมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าตัวเลขหนี้ครัวเรือนในปีนี้น่าจะดีขึ้น สัดส่วนหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะลดลงจาก 83.5% ในไตรมาส 2 ของปี 2557 แต่กลับกลายเป็นว่า ในไตรมาส 3 หนี้ครัวเรือนยังเพิ่มขึ้นเป็น 84.7% แตะที่ระดับ 10.22 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.86 แสนล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า และหากดูภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงซึมๆ ความคาดหวังให้หนี้ครัวเรือนลดลงจะยากมาก
อย่างไรก็ดี หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ในระบบ แต่หากรวมหนี้นอกระบบด้วย สัดส่วนน่าจะเกิน 100% ต่อจีดีพีไปนานแล้ว และหนี้ครัวเรือนที่สูงสะสมมานี้เป็นหนี้ของครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ โดยเฉพาะหนี้นอกระบบจะเป็นของกลุ่มรากหญ้าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคนกลุ่มนี้ถูกเจ้าหนี้ระงับเครดิตเป็นส่วนใหญ่ไปแล้ว เพราะสัดส่วนรายได้ต่อการชำระหนี้สูงเกิน 50%
กลุ่มครัวเรือนที่มีหนี้ต่อรายได้สูง เช่น ผู้ที่ประกอบอาชีพลูกจ้างรายวันและกลุ่มเกษตรกรที่เผชิญความผันผวนของราคาสินค้า เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น จากภาระหนี้จ่ายและยอดหนี้สินคงค้างที่ค่อนข้างเต็มสัดส่วนต่อรายได้
ขณะที่การก่อหนี้ใหม่ของครัวเรือนกลุ่มดังกล่าวคงเป็นไปเพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพ รับมือกับเหตุฉุกเฉินและหรือแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็นหลัก ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีหนี้เกิน 50% ของรายได้อยู่แล้ว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ว่าหนี้ครัวเรือนในระบบจะสูงขึ้นไปถึง 88-89% มีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ มีการก่อหนี้มากขึ้น หรือหนี้ไม่เพิ่มแต่เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีสูง
ทั้งสองทางมีความเป็นไปได้ทั้งคู่ หากมีการก่อหนี้มากขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า กลุ่มผู้ที่ก่อหนี้ ครัวเรือนใหม่จะเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ระดับปานกลาง ซึ่งจะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การเพิ่มขึ้นของ สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่ออเนกประสงค์ และสินเชื่อเพื่อประกอบธุรกิจ ซึ่งสินเชื่อประเภทหลังนี้สามารถนำสินเชื่อเงินสด ไปเป็นเงินหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจได้
ครัวเรือนที่มีรายได้ปานกลาง เช่น ผู้ที่มีตำแหน่งพนักงานระดับสูง ครัวเรือนที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว กลุ่มดังกล่าวมีอำนาจในการซื้อสินค้าคงทนและมีความสามารถในการชำระหนี้คืนหนี้ ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อของระบบการเงินได้อย่างไม่ติดข้อจำกัดด้านรายได้และความเสี่ยง ดังนั้นคนกลุ่มมีรายได้ปานกลางถึงสูงจะเป็นแรงขับเคลื่อนตัวเลขหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2558 เติบโต
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงก็อาจจะทำให้คนกลุ่มนี้ตัดสินใจซื้อรถง่ายขึ้น ซึ่งก็จะเป็นหนี้ผูกพันไปอีก 5-7 ปี เป็นอย่างต่ำ
การก่อหนี้ครัวเรือนใหม่จากครัวเรือนมีรายได้ต่ำมาเป็นครัวเรือนที่มีรายได้ปานกลางก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน หากคนส่วนใหญ่ของประเทศมีหนี้สูง ความสามารถในการบริโภคก็จะลดลง ไม่ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าไหร่ ฉีดเงินออกมาคนก็จะนำเงินไปใช้หนี้ เงินในระบบก็จะไหลกลับเข้าไปอยู่ในระบบธนาคาร ไม่ได้ไหลเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ภาวะหนี้สูงจะทำให้การออมของครัวเรือนลดลงตามไปด้วย เพราะเมื่อเงินไม่พอชำระหนี้ก็ต้องนำเงินออมออกมาใช้ ทำให้เศรษฐกิจมีความเปราะบาง
หากตลาดเงินกลับทิศกลายเป็นดอกเบี้ยขาขึ้น จะยิ่งทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนลดลงไปอีก เนื่องจากต้องแบกภาระรายจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่ม ทำให้รายจ่ายครัวเรือนเพิ่มขึ้น
ทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพ ธปท. กล่าวว่า จากระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ ธปท.ยังเป็นห่วงเรื่องนี้และติดตามอยู่อย่างต่อเนื่อง การที่นายกรัฐมนตรีแสดงความกังวลและให้ระมัดระวังการปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคลที่อาจจะไปกระทบต่อระดับหนี้ครัวเรือนเพิ่มนั้น ธปท.คงไม่จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นหรือออกหลักเกณฑ์ในการอนุมัติสินเชื่อประเภทนี้เพิ่มเติมอีก
ทั้งนี้ ธปท.เห็นว่าแนวโน้มสินเชื่อประเภทนี้เริ่มลดลงแล้ว บวกกับธนาคารมีมาตรฐานในการปล่อยกู้ที่มีมาตรฐานอยู่แล้ว อาทิ ให้กู้ได้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 20% เป็นต้น
อย่างไรก็ดี การที่สถาบันการเงินใช้นโยบายการปล่อยสินเชื่อที่รัดกุมอย่างต่อเนื่อง และระมัดระวังการใช้แคมเปญทางการตลาดที่อาจกระตุ้นให้เกิดการก่อหนี้ที่ไม่สอดคล้องกับความสามารถในการคืนหนี้ และความต้องการที่แท้จริงของครัวเรือนจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นได้
ประเทศใดมีหนี้ครัวเรือนสูงนั้นไม่ดีแน่ เพราะการออมจะต่ำประเทศมีความเสี่ยงสูง การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะกลางถึงระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในมุมของภาครัฐ คงต้องรักษาความต่อเนื่องของแรงส่งของเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนให้รายได้ภาคเอกชนและรายได้ครัวเรือนสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนั้น ต้องส่งเสริมความรู้ทางการเงินภาคครัวเรือน เพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้ครัวเรือนไทย ซึ่งถือเป็นภูมิคุ้มกันของครัวเรือนต่อการรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ที่ผ่านมาเคยมีการคำนวณ กรณีคนไทยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่เป็นภาระลูกหลาน หรือประเทศและรัฐบาลนั้น ควรจะเริ่มออมเงินตั้งแต่วันนี้ ยกตัวอย่าง คนที่มีรายได้ 1 หมื่นบาท/เดือน ควรจะออมเงินสัดส่วน 30% หรือประมาณ 3,000 บาท/เดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อให้การใช้ชีวิตในวัย 70 ปีอยู่ได้
นอกจากนี้ คนไทยอาจจะต้องลดการบริโภคหรือประหยัดมากที่สุด โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีเงินก้อนสุดท้าย ในส่วนของภาครัฐควรจะมีระบบการออมภาคบังคับให้กับประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระหรือกลุ่มเกษตรกรที่น่าเป็นห่วง เพราะส่วนใหญ่มีหนี้สินมาก







