posttoday
หนุนเปิดทรัพย์สินวัด พระรวยขึ้นต้องลงโทษ

หนุนเปิดทรัพย์สินวัด พระรวยขึ้นต้องลงโทษ

20 มกราคม 2558

พุทธศาสนาในพุทธศักราชนี้เผชิญอยู่กับความท้าทาย โดยเฉพาะวิกฤตศรัทธาที่กำลังก่อตัวขึ้นในจิตใจของพุทธศาสนิกชน

โดย...เอกชัย จั่นทอง

พุทธศาสนาในพุทธศักราชนี้เผชิญอยู่กับความท้าทาย โดยเฉพาะวิกฤตศรัทธาที่กำลังก่อตัวขึ้นในจิตใจของพุทธศาสนิกชน

เพียงสัปดาห์เดียว ปรากฏ “ข่าวคาว” ใหญ่ๆ ในวงการสงฆ์ถึง 2 เหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็น พระเกษม อาจิณฺณสีโล หัวหน้าสำนักสงฆ์วัดป่าสามแยก จ.เพชรบูรณ์ เสพเมถุน รวมถึงการปลด พระพรหมสุธี ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เนื่องจากมีข้อเคลือบแคลงเรื่องเงิน 67 ล้านบาท

ยังไม่นับการลุกฮือของชาวบ้าน 400-500 คน เพื่อขับไล่เจ้าอาวาส ณ วัดแห่งหนึ่ง ที่ จ.อุบลราชธานี หรือพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมมากมายที่เห็นตามสื่อสังคมออนไลน์อย่างชาชิน

พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว วิพากษ์ผ่านโพสต์ทูเดย์ต่อปัญหาและทางออกของวงการสงฆ์ไว้อย่างน่าสนใจ

“ทุกวันนี้สังคมเปลี่ยนไปมาก ซึ่งสังคมเป็นอย่างไรวัดก็เป็นอย่างนั้น จะเห็นว่ากลุ่มคนชั่วได้กระจายไปตามวัดมากขึ้น และจุดเริ่มต้นของปัญหาก็มาจากความประพฤติของพระสงฆ์” พระพยอม ระบุ

เพื่อแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น ควรดำเนินการอย่างน้อยใน 3 ด้าน 1.คัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาบวช อย่าให้พระอุปัชฌาย์ยะเป็นพระอุปัฌาย์อยาก โดยไม่คำนึงว่าพระที่มาบวชจะเข้ามาทะนุบำรุงหรือเข้ามาทำลายศาสนา ซึ่งทำให้ศาสนาแย่ลงไปทุกวัน สู้มีนักบวชน้อยแต่มีคุณภาพมีคุณธรรม ดีกว่ามีนักบวชจำนวนมาก แต่ไร้คุณธรรม ไร้ประโยชน์

2.ต้องช่วยกันจัดการพระนอกรีตให้จริงจัง อย่างพระทำผิดรุนแรงแอบเสพเมถุนกับสีกาจะจับสึกเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะสุดท้ายคนพวกนี้ก็กลับมาบวชได้อีกเหมือนเดิม ดังนั้นควรมีการลงโทษกับกลุ่มพระเหล่านี้ด้วย จะจับติดคุกหรือปรับให้เข็ดหลาบให้สมกับความผิดก็แล้วแต่

3.งบประมาณทะนุบำรุงศาสนาที่ให้แต่ละวัดต้องพิจารณาว่าวัดใดทำประโยชน์อะไรบ้าง ถ้าไม่เกิดคุณประโยชน์ก็เสมือนไปส่งเสริมกิเลส

“เพียงแค่เขียนรายงานเก่ง ทำแบบฟอร์มมาดี แล้วได้เงินก็คงไม่ถูกต้อง เพราะวัดที่ทำงานกันจริงเขาเขียนแบบฟอร์มกันไม่เป็น วัดเหล่านั้นก็ไม่ได้อะไรเลย ตอนนี้ควรมีเงินอุปถัมภ์ด้านงานศีลธรรม โดยเฉพาะการจัดค่ายศีลธรรมส่งเสริมเด็กๆ เข้าวัดมากขึ้น” พระพยอม ระบุ

พระพยอม วิพากษ์อีกว่า ปัญหาทางพระพุทธศาสนาฝังลึกมานานโดยเฉพาะการถือครองทรัพย์สินเงินทองของวัดและพระสงฆ์ แต่การแก้ไขกลับไม่มีความจริงจังแม้แต่น้อย

“อย่างวัดสวนแก้วจะไม่ให้พระเก็บเงิน รับเงินได้แต่ห้ามเก็บ ทุกอย่างต้องส่งเข้ากองกลาง หากพระองค์ไหนป่วยหรือต้องการใช้อะไรก็สามารถมาเบิกได้ ถ้าทราบว่าใครกำเงินเก็บไว้ก็จะเชิญให้ไปอยู่ที่อื่น นี่เป็นข้อตกลงของวัดนี้” เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าว

พร้อมกันนี้ พระพยอมยังได้สนับสนุนให้วัดและพระสงฆ์ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน

“เหมือนรัฐมนตรีที่สามารถให้ตรวจสอบได้ พระก็ควรแสดงทรัพย์สินเพื่อความโปร่งใส อย่างเช่น ตอนเป็นเจ้าอาวาสใหม่ๆ มีทรัพย์สินเท่าไหร่ ถ้าเป็นไป 10 ปี ยังจะมีเงินเท่าเดิมหรือไม่ ถ้ารวยผิดปกติก็ต้องมีมาตรการจัดการ เพราะเมื่อมาบวชแล้วจะรวยไปเพื่ออะไร ส่วนวัดไหนที่มีรายได้มากควรแบ่งปันให้กับวัดที่ทำงานแต่ไม่มีรายได้”

“อยู่ดีๆ มีเงินไหลเข้ามาทุกวัน ถามว่าเงินไหลเข้ามาทำพระโง่หรือเปล่า เงินที่เขาเอามาบริจาคเป็นทิพย์ เขาเปลี่ยนเงินกากมาเป็นทิพย์ แล้วพระมานอนกอดกากแต่เขาเปลี่ยนไปเป็นบุญแล้ว พระควรทำหน้าที่ส่งต่อผ่านเป็นสะพาน เช่น ส่งเงินให้คนจน สร้างรายได้ให้คนขาดรายได้ ไม่ใช่พระมานั่งเก็บเงินทอง” พระพยอม กล่าวชัด

พระพยอม ย้ำว่า ส่วนตัวยึดคำสอนของหลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว ที่บอกว่าตายแล้วจะไม่มีเงินติดย่ามแม้แต่บาทเดียว ดังนั้นพระจึงไม่ควรมีบัญชีส่วนตัว ทุกวันนี้ พระต้องจนคนต้องรวย แต่กลับเป็นพระดันรวยคนกลับจน ถามว่าแล้วศาสนาจะอยู่ได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท