posttoday
กมธ.ยกร่างฯชี้จำเป็นต้องมีศาลรัฐธรรมนูญ

กมธ.ยกร่างฯชี้จำเป็นต้องมีศาลรัฐธรรมนูญ

19 มกราคม 2558

กมธ.ยกร่างฯเห็นพ้องจำเป็นต้องมีศาลรัฐธรรมนูญเพื่อถ่วงดุลเสียงข้างมากในสภา พร้อมเพิ่มคุณสมบัติตุลาการ

กมธ.ยกร่างฯเห็นพ้องจำเป็นต้องมีศาลรัฐธรรมนูญเพื่อถ่วงดุลเสียงข้างมากในสภา พร้อมเพิ่มคุณสมบัติตุลาการ

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยในช่วงค่ำได้เข้าสู่วาระพิจารณร่างรายมาตราของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอนุกมธ.ยกร่างฯบัญญัติเป็นรายมาตรา ได้เสนอร่างมาตรา รวม 9 มาตรา

ทั้งนี้ ก่อนการพิจารณาที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นที่มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประชาชนเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาว่า ควรยุบศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ย้ายศาลรัฐธรรมนูญไปอยู่ในแผนกหนึ่งของศาลฏีกา หรือเปลี่ยนชื่อจากศาลรัฐธรรมนูญ ไปเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมได้หารือและมีข้อสรุปร่วมกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีความจำเป็นต้องมีเพื่อที่คอยถ่วงดุลเสียงข้างมากของสภาฯ ซึ่งฝ่ายสมาชิกสภาฯ เสียงข้างน้อยไม่สามารถทำได้ โดยเหตุผลของจุดเริ่มต้นของศาลรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2489 คือ เพื่อเป็นแก้ไขความขัดแย้งระหว่างศาลและสภาฯ

นอกจากนั้น ในหลายมาตราที่ผ่านการพิจารณาไปก่อนหน้านี้ได้บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่ไว้แล้ว ดังนั้นต้องคงไว้ ส่วนปัญหาที่เกิดต่อศาลรัฐธรรมนูญ อาทิ ถูกกล่าวหาว่าสองมาตรฐาน เป็นเพราะขาดการวางหลักการทำงานให้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องเร่งออกพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญและวิธีพิจารณาของศาล

จากนั้นจึงเข้าสู่การพิจารณามาตรา (3/1/2) 1 ว่าด้วยที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนำมาตรา 204 รัฐธรรมนูญ 2550 มาเป็นหลักการพิจารณาและปรับกระบวนการสรรหาให้เหมาะสม โดยมีประเด็นสำคัญ คือการปรับสัดส่วนกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนของผู้พิพากษาในศาลฎีกา ให้เหลือ 2 คนจากเดิมในรัฐธรรมนูญ2550 กำหนดให้มี 3 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ ที่ให้มีจำนวน 3 คน จากเดิมกำหนดให้มี 2 คน

โดยเพิ่มข้อกำหนดให้เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนจำนวน 1 คนร่วมเป็นกรรมการสรรหาด้วย, ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์และการบริหารราชการแผ่นดิน โดยได้กำหนดให้ทำบัญชีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ดำรงตำแหน่งแทนเมื่อตำแหน่งว่างลง ทั้งนี้ เพื่อลดระยะเวลาของการสรรหาซึ่งล่าช้า รวมถึงลดการแทรกแซงของฝ่ายการเมืองในกระบวนการสรรหาดังกล่าวด้วย

สำหรับการพิจารณาประเด็นดังกล่าว กรรมาธิการได้เสนอให้คณะกรรมการสรรหาที่มาจากส่วนผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ และนักกฎหมายมหาชน ต้องผ่านการคัดเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้ง ได้เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิทจากองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐ ซึ่งหมายถึงภาคประชาสังคม ให้เป็นกรรมการสรรหา

ทั้งนี้ จะมีการกำหนดรายละเอียดในส่วนของกฎหมายประกอบอีกครั้ง ส่วนประเด็นบัญชีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ดำรงตำแหน่งแทนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ว่างลงนั้น กรรมาธิการได้มีการอภิปรายท้วงติงเรื่องรายละเอียดและเห็นว่าเป็นบทบัญญัติใหม่ จึงขอให้ตัดออกจากร่างมาตราดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการได้อภิปรายไว้เป็นเบื้องต้นในคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ารับการสรรหาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะอยู่ในมาตรา (3/1/2) 2 ว่าควรเพิ่มคุณสมบัติที่สำคัญ ที่ว่าต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง มีความซื่อสัตย์ สุจริต และมีความเป็นธรรมเป็นที่ประจักษ์ โดยที่ประชุมได้ลงความเห็นให้เพิ่มคุณสมบัติว่า “ผู้ซึ่งมีจริยธรรมเป็นที่ประจักษ์”

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี