
กมธ.ยกร่างฯเปิดช่องแบนนักการเมืองต้องคำพิพากษา
กมธ.ยกร่าง เปลี่ยน "องค์กรอิสระ" เป็น องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เปิดช่องไล่บี้คดีการเมือง-แบนนักการเมืองต้องคำพิพากษา
กมธ.ยกร่าง เปลี่ยน "องค์กรอิสระ" เป็น องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เปิดช่องไล่บี้คดีการเมือง-แบนนักการเมืองต้องคำพิพากษา
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ รายมาตรา ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา กมธ.ได้พิจารณาเสร็จแล้ว 91 มาตรา ในบททั่วไป ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน หมวด 1พระมหากษัตริย์ หมวด2 ประชาชน ส่วนที่ 1 ความเป็นพลเมืองและหน้าที่ของพลเมือง ส่วนที่ 2 สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ส่วนที่ 3 การมีส่วนร่วมทางการเมือง และส่วนที่ 4 การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ส่วนสัปดาห์นี้ จะพิจารณาในภาค3 นิติธรรม ศาลและองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยคาดว่าวันที่ 12-14 ม.ค.นี้ จะพิจารณาในส่วนของ นิติธรรม และ ศาล หลังจากนั้นจะพิจารณาองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากเดิมคือคำว่า “องค์กรอิสระ”
โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการระบุรายละเอียดคำว่า “หลักนิติธรรม” ไว้อย่างชัดเจน โดยระบุว่า หลักนิติธรรมอันเป็นรากฐานของรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยอย่างน้อยมีหลักการพื้นฐานสำคัญ ดังต่อไปนี้
(1)ความสูงสุดของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเหนืออำเภอใจของบุคคลและการเคารพรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทั้งโดยรัฐและประชาชน
(2)การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค
(3)การแบ่งแยกการใช้อำนาจการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์สาธารณะ
(4) นิติกระบวนซึ่งอย่างน้อยต้องไม่บังคับใช้รัฐธรรมนนูญหรือกฎหมายย้อนหลังเป็นโทษทางอาญาแก่บุคคลให้บุคคลมีสิทธิในการปกป้องตนเอง เมื่อสิทธิหรือเสรีภาพถุกกระทบไม่บังคับให้บุคคลต้องให้ถ้อยคำซึ่งทำให้ต้องรับผิดทางอาญาไม่ทำให้บุคคลต้องถูกดำเนินคดีอาญาในการกระทำความผิดเดียวกัน มากกว่าหนึ่งครั้ง มีข้อกำหนดให้สันนิษฐานว่าบุคคลเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าจะมีคำพิพากษาว่ากระทำผิด
(5)ความเป็นอิสระจากศาลและความสุจริตเที่ยงธรรมของกระบวนการยุติธรรม
ทั้งใน (4) ส่วนที่เพิ่มเนื้อหากำหนดโทษที่ไม่ให้ใช้ย้อนหลังเป็นโทษอาญา จากเดิมที่ระบุเป็นโทษกว้างๆ เนื่องจากเพื่อให้ประชาชนและพลเมืองมีหลักประกันว่ากฎหมายที่ออกมาในภายหลัง จะมีโทษทางอาญาย้อนหลังบุคคลไม่ได้ แต่จะไม่เกี่ยวข้องกับโทษอื่นๆ อาทิ กฎหมายแพ่ง กฎหมายมหาชน คดีปกครอง หรือกฎหมายธรรมนูญ
เมื่อถามว่า ในประเด็นคดีอาญาอาจถูกมองว่าอาจเปิดช่องไปสู่การบังคับโทษในการคดีทางการเมือง โดยเฉพาะนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และ 109 ก็ให้สามารถมีผลย้อนหลังได้นั้น โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ขณะนี้กมธ.ยกร่างฯยังไม่ได้พิจารณาในประเด็นดังกล่าว ต้องไปดูการพิจารณาในหมวดรัฐสภา
นอกจากนี้ ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 35(4)มีกรอบให้กมธ.ยกร่างฯต้องจัดทำโดยเฉพาะ (4)ที่ระบุกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้ต้องเคยคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด โดยยืนยันว่าการพิจาณาจะเป็นไปตามหลักการไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาผิดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ







