
เช่าเหมาลำไม่เหมาโหล
ปัญหาการทิ้งผู้โดยสารของสายการบินเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์ คงจะยังเกิดขึ้นอีกมากแน่หากกรมการบินพลเรือนไม่เข้มมาตรฐานกับบริษัทให้บริการธุรกิจบินเช่าเหมาลำ ขณะที่บริษัททัวร์ก็ต้องการตั๋วราคาถูกเพื่อไปจัดแพ็กเกจราคาต่ำ กระตุ้นคนไทยให้ไปเที่ยวต่างประเทศ
ปัญหาการทิ้งผู้โดยสารของสายการบินเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์ คงจะยังเกิดขึ้นอีกมากแน่หากกรมการบินพลเรือนไม่เข้มมาตรฐานกับบริษัทให้บริการธุรกิจบินเช่าเหมาลำ ขณะที่บริษัททัวร์ก็ต้องการตั๋วราคาถูกเพื่อไปจัดแพ็กเกจราคาต่ำ กระตุ้นคนไทยให้ไปเที่ยวต่างประเทศ
แม้ปัญหาคนไทยโดนทิ้งในการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศจะเกิดปัญหาขึ้นบ่อยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมทั้งครั้งล่าสุด บริษัท บิสซิเนสแอร์ เซ็นเตอร์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเดินอากาศแบบประจำมีกำหนดระหว่างประเทศและแบบไม่ประจำเป็นเวลา 2 ปี หรือถึงปี 2559 แต่จากการผิดกฎของกรมการบินพลเรือน ทำให้ไม่มีการต่อใบอนุญาต ทางบริษัท บิสซิเนสแอร์ฯ จึงต้องยกเลิกการบิน
กรมการบินพลเรือน ระบุเหตุไม่ต่อใบอนุญาตให้บริษัท บิสซิเนสแอร์ฯ ว่า จากการตรวจสอบสถานะการเงินช่วง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต บริษัทมีหนี้คงค้างทั้งในและต่างประเทศมาก นอกจากนั้นอากาศยาน 2 ลำจากทั้งหมด 3 ลำของบริษัท ถึงกำหนดต้องตรวจสอบขั้น C-Check แต่บริษัทไม่ได้ดำเนินการซ่อมบำรุงตามแผน จึงเหลืออากาศยานให้บริการเพียง 1 ลำ
จากการประชุมเมื่อเดือน ธ.ค.ปีก่อนเพื่อแก้ปัญหา กรมการบินพลเรือนกำหนดให้บิสซิเนสแอร์ฯ ต้องจัดทำแผนสำรองหากเกิดกรณีอากาศยานขัดข้องไม่สามารถให้บริการได้ และต้องชำระค่าบริการควบคุมจราจรทางอากาศให้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย เบื้องต้น 33% ของหนี้ รวมทั้งต้องชำระค่าบริการควบคุมการจราจรทางอากาศเป็นเงินสด รายเที่ยวไป-กลับครั้งละ 1 แสนบาท
ต่อมาช่วงปลายเดือน ธ.ค. บิสซิเนสแอร์ฯ ได้หารือเพื่อขอผ่อนผัน โดยยืนยันจะชำระค่าบริการควบคุมจราจรทางอากาศกว่า 17 ล้านบาท ในวันที่ 15 ม.ค. 2558 หากไม่จ่าย บิสซิเนสแอร์ฯ ยินยอมให้ทางราชการเพิกถอนใบอนุญาต
อย่างไรก็ตาม ทาง บิสซิเนสแอร์ฯ ได้ออกมาชี้แจงว่า ที่ยังไม่จ่ายค่าบริการควบคุมจราจรทางอากาศ เพราะค่าบริการที่เสียในฐานะสมาชิกจะต้องถูกกว่าที่โดนเรียกเก็บ และเป็นเรื่องที่ยังฟ้องร้องอยู่ที่ศาล นอกจากนี้ยังได้ร้องศาลปกครองให้คุ้มครองชั่วคราว
จากภาพรวมทั้งหมดจะเห็นว่า การเปิดให้บริการธุรกิจการบินควรจะต้องตั้งมาตรฐานให้สูงกว่านี้ก่อนออกใบอนุญาตหรือไม่ เพราะหากเอกชนตั้งใจดำเนินธุรกิจจริง ก็น่าจะต้องรักษาความปลอดภัย มีการนำเครื่องบินเข้าตรวจเช็กตามกำหนด เพราะการเดินทางโดยการบินต้องเน้นความปลอดภัยที่สุด ส่วนค่าใช้จ่ายบริการที่เป็นเรื่องของบริษัท ในส่วนนี้ควรเพิ่มเงินประกัน เพื่่อให้คุ้มกับความเสียหายที่สายการบินแต่ละรายจะสร้างหรือไม่ ขณะที่บริษัททัวร์ก็ไม่ควรหวังแค่ราคาตั๋วที่ถูกโดยไม่ดูความเสี่ยงที่ประชาชนที่ซื้อทัวร์จะต้องเผชิญกรรมกันเอง
งานนี้ถ้าเพิ่มมาตรฐานการขออนุญาตทำธุรกิจการบินให้เข้มข้นขึ้น เพิ่มประกันให้คุ้มค่าเสียหาย ก็น่าจะลดปัญหาทัวร์ไทยโดนทิ้งได้







