posttoday
ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา

ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา

19 มกราคม 2558

วันครูที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนจากครูไทยที่อยากจะบอกกับ รมว.ศึกษาธิการ มากที่สุด ผ่านผลสำรวจของดุสิตโพลซึ่งน่าสนใจมาก

วันครูที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนจากครูไทยที่อยากจะบอกกับ รมว.ศึกษาธิการ มากที่สุด ผ่านผลสำรวจของดุสิตโพลซึ่งน่าสนใจมาก

อันดับ 1 อยากมีเวลาสอนมากขึ้น ลดภาระงานด้านการประเมิน 83%

อันดับ 2 อยากให้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ ไม่เปลี่ยนนโยบายบ่อย 81%

อันดับ 3 ดูแลสวัสดิการค่าตอบแทนบำเหน็จบำนาญ 75%

อันดับ 4 จัดการศึกษาให้ทั่วถึง 66%

อันดับ 5 แก้ปัญหาครูไม่ครบชั้น 63%

เสียงสะท้อนจากครูที่ปรากฏออกมาในวันครูปีนี้ คือ “หัวใจของการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริง”

วันครูปีนี้จะเป็นวันเริ่มต้นของการปฏิวัติการศึกษาที่แท้จริงเสียที

ปฏิรูปกันมาหลายครั้งหลายหน การศึกษาของไทยยิ่งแย่ลงไปทุกที

คนไทยลืมง่ายเกิน ถ้าหากไปไล่ดูรายชื่อพวกที่ออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาและเข้ามาทำการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาจะเห็นรายชื่อคนเก่าหรือกลุ่มเก่าที่ทำกันมาหลายครั้งจนการศึกษาไทยที่เคยมีคุณภาพสามารถแข่งขันกับนานาอารยประเทศได้อย่างไม่อายใคร กลายเป็นการศึกษาที่ไร้คุณภาพ ขาดคุณธรรม ลืมความเป็นไทย ไม่เข้าใจต่างชาติ จะพาชาติฉิบหายวายวอดอยู่แล้ว ก็ยังมาเสนอหน้าจะเข้ามาปฏิรูปการศึกษาอีก

คนพวกนี้ทำชาติบ้านเมืองเสียหายไม่เห็นมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ ด่าครูหาว่าการศึกษาไทยตกต่ำเพราะครูไม่มีคุณภาพขาดความรับผิดชอบ

ทั้งที่ครูเขามีความพยายามที่จะทำ แต่พวกคุณกลับไปบังคับให้ครูต้องละทิ้งเด็กมาทำงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนในห้องเรียนให้กับครูเหล่านี้

จนครูต้องออกมาบอกให้ลดงานด้านการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งที่ครูต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากมายมาทำงานเอกสาร บางครั้งก็จ้างกันทำคนละหลายแสนบาท เพิ่มหนี้สินให้ครูโดยเปล่าประโยชน์เพราะไม่ได้บอกว่าครูที่ผ่านการประเมินแล้วจะสอนเด็กได้ดีมีคุณภาพ ที่สำคัญครูต้องทิ้งเด็กมาทำงานเอกสารเพื่อความก้าวหน้าของตัวเองไม่ใช่เด็ก

การประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่ใช้งบประมาณปีละหลายพันล้านบาท แต่ไม่ได้ประโยชน์อะไร และทำให้ครูทั้งโรงเรียนเสียเวลามาช่วยกันเตรียมเอกสารครั้งละหลายเดือนจนไม่มีเวลาสอนเด็กนักเรียนและเอกสารที่ไม่เป็นประโยชน์กับการเรียนการสอนของเด็ก และที่สำคัญการดำเนินงานที่ผ่านมาของ สมศ.ก็พิสูจน์แล้วว่าค่าใช้จ่ายหลายหมื่นล้านบาทที่  สมศ.ใช้ไปไม่ได้ทำให้มาตรฐานการศึกษาของไทยดีขึ้นแต่กลับยิ่งแย่ลง

ตอนแรกที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรับตำแหน่งก็ดีใจนึกว่าท่านเข้าใจปัญหาที่ท่านว่า “จะคืนครูให้นักเรียน” นี่ก็หลายเดือนแล้วเห็นเงียบไป

กระทรวงศึกษาธิการควรรีบคืนครูให้นักเรียนโดยด่วนที่สุด โดยยกเลิกและเปลี่ยนแปลงการประเมินครูและโรงเรียนจากกระดาษเสียที แล้วเปลี่ยนงบประมาณหลายหมื่นล้านที่ให้ สมศ.เป็นผู้ประเมิน มาสนับสนุนด้านการพัฒนาศักยภาพ เพิ่มทักษะและความรู้ทางวิชาการให้กับครู เพื่อให้นักเรียนได้ครูที่มีความเป็นเลิศทั้งทักษะและความรู้ทางวิชาการตรงในแต่ละสาขาวิชาเป็นผู้สอน

การประเมินควรประเมินจากเด็กที่ผ่านกระบวนการเรียนการสอนมา สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ควรจะเป็นผู้ดำเนินการ

คุณภาพการศึกษาอยู่ที่ครู หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน

ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการควรจะต้องเร่งปรับปรุงและจัดทำหลักสูตรการศึกษาของไทยให้ได้มาตรฐานระดับโลก

หลักสูตรต้องมีความต่อเนื่องตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงระดับอุดมศึกษาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพราะปัจจุบันหลักสูตรสถานศึกษาตามกฎหมายการศึกษาไม่สามารถทำให้เกิดมาตรฐานการศึกษาที่เท่าเทียมกันของสถานศึกษาที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านกายภาพ คุณภาพและความพร้อมของกรรมการสถานศึกษา

ที่สำคัญรัฐบาลต้องกวาดล้างมาเฟียการศึกษาที่อาศัยกระบวนการปฏิรูปการศึกษาและหากินโดยไม่ชอบร่วมกับนักการศึกษา ข้าราชการและนักการเมือง ที่แสวงหาประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร การจัดพิมพ์จัดหาหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดที่ต้องใช้แล้วทิ้งไม่สามารถให้นักเรียนรุ่นต่อไปใช้ได้อีก การจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนการสอน รวมทั้งการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาและครู ที่ไร้ประโยชน์และเสียเวลาการอยู่ในห้องเรียนกับนักเรียนของครู ซึ่งเป็นพวกบ่อนทำลายการศึกษาของชาติทันที

ค่าตอบแทนของครู สวัสดิการ การสร้างขวัญและกำลังใจ ต้องอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของครู

การฝึกอบรม สัมมนาทางวิชาการแบบเดิมควรยกเลิก แล้วมาเน้นเรื่องการพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะการสอนในสาระวิชาที่ตัวเองรับผิดชอบ ในช่วงปิดภาคเรียนควรจัดให้มีฝึกอบรมระยะ 2 เดือนแบบเข้มข้นทุกปี

ปัญหาเรื่องครูไม่ครบชั้น ครูขาดแคลน วุฒิไม่ตรงกับวิชาที่สอน มีอยู่จริง แต่ถ้ามีการฝึกอบรมแล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และในอีกไม่กี่ปีครูจะเกษียณหลายแสนคน การคัดเลือกครูควรจะเน้นในสาขาที่ขาดแคลน การรวมโรงเรียนเพื่อแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้นและครูขาดแคลนก็สามารถทำได้ อีกทั้งจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อนำมาใช้ในการรับส่งนักเรียนจากโรงเรียนที่ยุบไปเรียนในโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้เกิดคุณภาพและคุ้มค่ากับงบประมาณที่รัฐบาลลงทุน

กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเร่งรัดประสานงานกับสถาบันผลิตครูเพื่อให้ปรับปรุงคุณภาพและจัดการเรียนการสอนที่จะผลิตครูที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของชาติ ทั้งนี้จะต้องกำหนดมาตรฐานวิชาชีพและวิชาการให้ชัดเจน

มาตรฐานการศึกษาคือตัวชี้วัดความเท่าเทียมกันที่นักเรียนจะได้รับการศึกษา ประเทศอังกฤษที่เป็นต้นแบบที่ไทยไปลอกเลียนแบบมา ปรากฏว่าหลังจากมีการกระจายอำนาจในการบริหารการศึกษาไปที่สถานศึกษาแล้วคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาแย่ลงจนเกิดผลกระทบอย่างมาก จึงควรต้องมีการทบทวนนโยบายนี้

นโยบายในการแยกระทรวงศึกษาธิการออกเป็นหลายกระทรวงและทบวงนั้น ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษา

หากจะแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ออกมาจากกระทรวงศึกษาธิการจริง ก็ขอให้เอาเรื่องการวิจัยเข้าไปรวมอยู่ในกระทรวงใหม่ด้วย เพราะนักวิจัยส่วนใหญ่เป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัย แล้วตั้งเป็นทบวงหรือกระทรวงมหาวิทยาลัยและการวิจัย

หน่วยงานที่เหลือควรปรับให้เชื่อมโยงกันมากกว่าที่จะไปแยกกัน เพราะการพัฒนาการศึกษาควรจะต้องมีเอกภาพเชื่อมโยงกัน

ตื่นเถิดครูไทยร่วมใจกันปฏิวัติการศึกษาเองเสียที อย่าปล่อยให้คนที่ไม่รู้จริงมาทำลายชาติอีกเลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท