
เอเชีย-แปซิฟิก 2015 : จุดโฟกัสของสหรัฐ (ตอนแรก)
ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ประกาศใช้นโยบายต่างประเทศ “Pivot to Asia” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการหันมาให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียและเอเชียแปซิฟิกให้มากขึ้นเป็นพิเศษ หลังจากที่รอบทศวรรษที่ผ่านมาสหรัฐได้ทุ่มเททรัพยากรทั้งทางการเงิน บุคลากรทางทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมากในเอเชียใต้และตะวันออกกลาง
ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ประกาศใช้นโยบายต่างประเทศ “Pivot to Asia” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการหันมาให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียและเอเชียแปซิฟิกให้มากขึ้นเป็นพิเศษ หลังจากที่รอบทศวรรษที่ผ่านมาสหรัฐได้ทุ่มเททรัพยากรทั้งทางการเงิน บุคลากรทางทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมากในเอเชียใต้และตะวันออกกลาง
ที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปีที่แล้ว ถือว่านโยบายดังกล่าวยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งหมายความว่ายังมีแผนการอีกมากมายที่สหรัฐต้องเดินหน้าต่อ เพื่อให้นโยบายเน้นเอเชียนี้ออกดอกออกผลอย่างสมบูรณ์ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งล้วนอยู่ในนโยบายดังกล่าวทั้งสิ้น
ถามว่าทำไมสหรัฐต้องหันมาให้ความสนใจกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คำตอบดังกล่าวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) คุณสมบัติเด่นของภูมิภาคเอเชียเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติเชิงยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐเสียด้วย 2) เงื่อนไขและสภาพความจำเป็นภายในของสหรัฐเอง และ 3) การแข่งขันและบริบททางด้านการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศในยุคปัจจุบัน
ประเด็นแรกที่เกี่ยวกับคุณสมบัติเด่นของเอเชียแปซิฟิก 1) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นศูนย์รวมของประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลกที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 7,000 ล้านคน
2) เป็นภูมิภาคที่ตั้งของประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ ประเทศอินเดีย
3) เป็นที่ตั้งของประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย
4) เป็นที่ตั้งของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 จีน และอันดับ 3 ญี่ปุ่น
5) เป็นภูมิภาคที่มีขนาดความใหญ่ของกองกำลังทางทหารติดอันดับ 7 ใน 10 อันดับแรกของโลก
6) ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) คาดการณ์ไว้ว่า ภายในกลางศตวรรษนี้ เอเชียแปซิฟิกจะเป็นภูมิภาคที่มีผลผลิตทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณครึ่งหนึ่งของโลก และจะเป็นแหล่งที่ตั้งของ 4 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ติด 10 อันดับแรกของโลก อันได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น
7) จากการเปิดเผยขององค์กรฟรีดอม เฮาส์ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียงของโลก พบว่า 5 ปีที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคเดียวในโลกที่มีสถิติการพัฒนาด้านสิทธิทางการเมืองและสิทธิของประชาชนที่ดีที่สุดในโลก







