
ฟรังก์สวิส
เป็นการสั่นสะเทือนขนาด 8 ริกเตอร์ทีเดียว สำหรับธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (เอสเอ็นบี) ที่ประกาศเลิกตรึงค่าเงินฟรังก์สวิสไว้กับค่าเงินยูโร หลังใช้มานาน 3 ปี เนื่องจากหลักๆ ก็คือ ความหวั่นวิตกต่อการใช้นโยบายคิวอีของธนาคารกลางยุโรป ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงไปอย่างมาก และสวิตเซอร์แลนด์ต้องแบกรับภาระการพยุงค่าเงิน ซึ่งต้องใช้เงินคงคลังมหาศาลหากค่าเงินยูโรนั้นอ่อนตัวมากเกินไป
เป็นการสั่นสะเทือนขนาด 8 ริกเตอร์ทีเดียว สำหรับธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (เอสเอ็นบี) ที่ประกาศเลิกตรึงค่าเงินฟรังก์สวิสไว้กับค่าเงินยูโร หลังใช้มานาน 3 ปี เนื่องจากหลักๆ ก็คือ ความหวั่นวิตกต่อการใช้นโยบายคิวอีของธนาคารกลางยุโรป ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงไปอย่างมาก และสวิตเซอร์แลนด์ต้องแบกรับภาระการพยุงค่าเงิน ซึ่งต้องใช้เงินคงคลังมหาศาลหากค่าเงินยูโรนั้นอ่อนตัวมากเกินไป
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงอย่างหนักจากการประกาศใช้คิวอีของสหรัฐ และเป็นช่วงเดียวกันกับกลุ่มยูโรโซนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาวิกฤตหนี้ครั้งใหญ่ สวิตเซอร์แลนด์ได้ประกาศตรึงค่าเงินไว้กับเงินสกุลยูโรครับ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าค่าเงินฟรังก์สวิสจะแข็งค่าเกินไป เนื่องจากในขณะนั้นสวิตเซอร์แลนด์ถูกมองว่าเป็น “แหล่งสวรรค์” ของการลงทุนที่ปลอดภัย ท่ามกลางวิกฤตของเพื่อนบ้านรายล้อม ในขณะนั้นธนาคารกลางสวิสถึงกับบอกว่าจะไม่มีทางปล่อยให้ค่าเงินฟรังก์แข็งเกินไปกว่า 1 ฟรังก์ต่อ 0.83 ยูโร ทีเดียว
แต่ในขณะนี้สถานการณ์นั้นเปลี่ยนไป ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าจะอ่อนตัวลงหนักเข้าไปอีก ถ้าหากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศใช้มาตรการคิวอีจริง ซึ่งต้องรอลุ้นกันในการประชุมในวันพุธที่ 21 ม.ค.นี้
ทันทีหลังจากสวิตเซอร์แลนด์ประกาศเลิกตรึงค่าเงินฟรังก์ไว้กับค่าเงินยูโร เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่าค่าเงินฟรังก์สวิสก็แข็งค่าขึ้นทันที โดยแข็งไปเกือบๆ จะ 1 ฟรังก์ต่อ 1 ยูโร ทีเดียว
ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสวิสในครั้งนี้ รายงานข่าวบอกว่า เป็นการกระทำที่ไม่ได้ปรึกษาหารือใครก่อนเสียด้วย คือประกาศใช้ทันที ซึ่งถือว่าค่อนข้างปกติจากเดิมที่จะปรึกษากับหลายๆ ฝ่ายก่อนไม่ว่าจะภาคการเงิน หรือสหภาพแรงงานครับ เนื่องจากอาจจะเจอขัดขวางได้
โดยเฉพาะจากสหภาพแรงงานที่ต้องการให้ธนาคารตรึงค่าเงินไว้กับยูโรต่อไป เนื่องจากหวั่นเกรงว่า หากเงินฟรังก์แข็งค่าขึ้นจะทำให้เกิดปัญหาการว่างงานขึ้นอย่างแน่นอน
ในขณะนี้สวิตเซอร์แลนด์มีอัตราว่างงานอยู่ราว 3% ประเทศอื่นๆ อาจจะเป็นว่านิดเดียว แต่กับประเทศที่มีเศรษฐกิจดีและแทบจะไม่มีคนตกงานอย่างสวิตเซอร์แลนด์นั้น ถือว่ามากครับ
แต่ที่แน่ๆ ก็คือ การเลิกตรึงค่าเงินฟรังก์ไว้กับเงินยูโรเช่นนี้ ถือเป็นการสุมน้ำมันเข้ากองไฟให้กับค่าเงินยูโรครั้งใหญ่ เพราะจะยิ่งทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนยวบลงไปอีก และหากอีซีบีประกาศ
คิวอีออกมาจริงในสัปดาห์นี้ คงได้เห็นยูโร “ร่วงกราว””
ขณะที่นักลงทุนก็จะหันไปที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐกันหมด และก็จะยิ่งทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งขึ้น อย่างแน่นอนครับ







