
ความขัดแย้งไม่จบ หากรธน.ใหม่มีอคติ
เริ่มปรากฏภาพรัฐธรรมนูญใหม่แจ่มชัด
เริ่มปรากฏภาพรัฐธรรมนูญใหม่แจ่มชัด
โดยเฉพาะจากระบบเลือกตั้งใหม่ ที่นำสูตรจากเยอรมนีมาใช้ ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญยืนยันว่ารูปแบบนี้จะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาดเหมือนที่ผ่านมาแน่นอน นี่จึงกระทบพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ไม่น้อย
นพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้สะท้อนให้เห็นแล้วว่า ผู้ร่างฯ ต้องการให้พรรคการเมืองและฝ่ายบริหารอ่อนแอ ทั้งนี้มีหลายประเด็นน่าเป็นห่วงซึ่งกำลังบัญญัติในรัฐธรรมนูญใหม่ อาทิ การตัดสิทธินักการเมือง โดยเฉพาะสมาชิกบ้านเลขที่ 109 และ 111 ถ้าความคิดนี้เป็นจริงขึ้นมา เท่ากับว่าเป็นการลงโทษประหารชีวิตซ้ำสอง เพราะก่อนหน้านี้ถูกตัดสิทธิไปแล้ว ประเด็นที่มานายกรัฐมนตรีที่เปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามาเป็น หรือการเลือกตั้งแบบเยอรมันที่นำมาใช้ในไทย ซึ่งผู้ยกร่างฯ ไม่ควรกลัวว่าเราจะมีพรรคการเมืองเดียวเป็นรัฐบาล อย่าเอาปัญหาการเมืองเฉพาะยุคสมัยมาเป็นแนวทางในการร่างฯ แต่ต้องยึดหลักการที่ถูกต้องและยั่งยืนมาใช้ อีกประเด็นคือการเปิดช่องให้ สส.ไม่สังกัดพรรค คือความต้องการทำลายระบบพรรคการเมือง เพราะจะเกิด สส.ขายตัวขึ้น จะลงมติอะไรในแต่ละครั้งก็เรียกเงิน
นพดล กล่าวว่า แนวคิดของผู้ยกร่างฯ ที่ต้องการให้เกิด “รัฐบาลผสมหลายพรรค” เป็นความคิดที่อันตราย หลักการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องไม่เป็นการทำลายล้างคนไทยอีกฝ่าย หรือผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมือง ดังนั้น คสช. ครม. สปช. และ สนช. จะต้องใช้โอกาสนี้สร้างความปรองดองโดยเริ่มจากรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยก็ยากที่บ้านเมืองจะปรองดองได้แต่ถ้าตามไล่ล่าอีกฝ่ายหนึ่ง สุดท้ายจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ และจะเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้ง ซึ่งอาจรุนแรงมากกว่าในอดีตก็เป็นได้
“หัวใจของการปรองดองไม่ใช่การนิรโทษกรรม เพราะนิรโทษกรรมเป็นแค่ก้อนอิฐก้อนหนึ่งบนกำแพงปรองดองเท่านั้น แต่การเขียนรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย เท่ากับว่าไม่ใช่การปรองดองที่ถาวร ที่สำคัญประเทศไทยเลอะเทอะมานาน เราไม่มีหลักนิติรัฐ นิติธรรมที่แท้จริง กฎหมายมีไว้สำหรับจัดการกับคนจน การเลือกปฏิบัติ ไม่มีระเบียบวินัย”
เขาย้ำว่า สิ่งสำคัญของการปรองดอง 1.ต้องมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ทุกฝ่ายรับได้ 2.มีการตกลงกันว่าจะต้องยอมรับหลักนิติธรรม 3.ฝ่ายขัดแย้งจะต้องเปลี่ยนทัศนคติ จะต้องไม่เอาความเท็จใส่กัน หันหน้าคุยกันได้ นิรโทษกรรมเป็นปัญหาเล็กน้อยเฉพาะเรื่องของคนที่โดนคดี แต่คนส่วนใหญ่ 60 ล้านคนยังต้องอยู่ในสังคมประชาธิปไตย บ้านเมืองต้องมีกฎหมายเป็นกฎหมาย คนจนจะต้องได้รับความคุ้มครองเหมือนเศรษฐีหมื่นล้าน
การรับมือของพรรคเพื่อไทยหลังมีรัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นอย่างไร นพดล บอกว่า สิ่งที่พรรคทำได้คือการปฏิรูปพรรค ซึ่งเราได้หารือมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 แล้ว เราต้องทำให้เป็นพรรคมหาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย จะต้องไม่บริหารพรรคเพียงคนไม่กี่คน ทุกอย่างต้องเปิดกว้าง ทำพรรคเหมือนบริษัทมหาชน ต้องรู้ร้อนรู้หนาวเสียงสะท้อนของประชาชนมากขึ้น ส่วนระบบการสำรวจความนิยมของพี่น้องประชาชนภายในเขตนั้นๆ ว่าต้องการใคร เราก็นำเสนอคนนั้น ถ้าประชาชนกำหนดมาแล้ว ฝ่ายผู้บริหารก็ต้องยอมรับ
นพดล ระบุว่า ในอนาคตเชื่อว่าบทบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับพรรคเพื่อไทย จะมีระยะห่าง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ อยากให้พรรคเพื่อไทยเติบโตแบบพรรคมหาชนที่ไม่ยึดติดกับตัวบุคคล แต่ยึดติดกับนโยบายเป็นหลัก
“เราคงไม่ถึงขนาดที่ ‘ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ’ เหมือนในปี 2554 แต่ให้ประชาชนเข้าใจเองว่าหลายนโยบายเคยสำเร็จในอดีตสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ แต่จะไม่ยุ่งเกี่ยวโดยตรง และจะต้องไม่ให้คนกล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยถูกกำหนด หรือถูกสไกป์สั่งงานตรงมาจากคนที่อยู่ต่างประเทศ และท่านทักษิณอยู่ไกล การรับข้อมูลไม่ครบก็ลำบาก ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคดำเนินการ”
นพดล ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่เข้มแข็งและมีผลงานมาก ดังนั้นคนที่จะเข้าไปยืนในรองเท้าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ง่าย ผู้นำในการเมืองรุ่นใหม่ก็ไม่มีใครที่มีแสงในตัวเอง เราต้องพยายามสร้างผู้นำรุ่นใหม่ไม่ขาดสายมาเรื่อยๆ ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นใคร
“จริงๆ ช่วงนี้เราควรจะสะท้อนว่าพรรคเราควรเอาใครเป็นผู้นำ จะได้คิดค้นนโยบายให้สอดคล้องกับบุคลิกผู้นำและนโยบายพรรค เพราะหลังจากนี้หากทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมปเหลือเวลาอีกไม่นานที่จะมีการเลือกตั้ง ส่วนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ถือว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในฐานเสียงพรรคเพื่อไทย ซึ่งต้องดูว่าต่อไปท่านจะมีบทบาทอย่างไรในอนาคต”
อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากผู้มีอำนาจหรือ คสช. อย่าทำโอกาสนี้ให้เสียของ แต่ต้องใช้โอกาสนี้ขจัดความขัดแย้ง ควรสร้างกติกาบ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตย มองประเทศไทยไปอีก 50 ปีข้างหน้า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ี่จะเกิดขึ้นต้องมีความเป็นธรรม เป็นกลาง เท่าเทียม มีมาตรฐานสากล อย่าให้มีรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นธรรมและลำเอียง เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และมุ่งขจัดพรรคเพื่อไทย หรือพี่น้องคนเสื้อแดง หรือฝ่ายประชาธิปไตย เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งไม่รู้จักจบ







