
ประสานอังกฤษจับ "กิตติศักดิ์" ส่งกลับไทย
โฆษตร.เผยเตรียมประสานอังกฤษสส่งตัวผู้ต้องคดียักยอกเงิน สจล. กลับไทย ขณะที่ ตร.ระบุไม่พบ อดีตอธิการฯเซ็นเบิกเงิน500ล้าน
โฆษตร.เผยเตรียมประสานอังกฤษสส่งตัวผู้ต้องคดียักยอกเงิน สจล. กลับไทย ขณะที่ ตร.ระบุไม่พบ อดีตอธิการฯเซ็นเบิกเงิน500ล้าน
เมื่อวันที่ 18 ม.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รับการยืนยันแล้วว่า นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหา ในคดียักยอกทรัพย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้หลบหนีกบดานอยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งประสานกับทาง อัยการ เพื่อขอทำเรื่อง การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตามสนธิสัญญา
ด้าน พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รองผบก.ป. หัวหน้าชุดคณะทำงานพนักงานสอบสวนในคดียักยอกเงิน สจล. เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวว่านายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล.เซ็นเบิกเงินจำนวน 500 ล้านบาทในขณะที่ดำรงตำแหน่งนั้น เท่าที่ตรวจสอบยังไม่พบว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น แต่การที่พนักงานสอบสวนจะเรียกนายถวิล พึ่งมา มาให้ปากคำอีกครั้ง เพราะยังมีประเด็นที่พนักงานสอบสวนสงสัย คือเรื่องการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อปปช.ว่ามีทรัพย์อะไรบ้างได้มาอย่างไร มีที่มาที่ไปหรือไม่ ส่วนเรื่องที่นายถวิลถูกปลดจากคณะกรรมการของสจล. นั้นเป็นเรื่องภายในของสถาบันฯ ในเรื่องนี้พนักงานสอบสวนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเว้นแต่ว่ามีเรื่องการยักยอกเงินเกี่ยวข้อง
สำหรับการขออนุมัติออกหมายจับเพิ่มนั้นมีแน่ เพราะจากการจรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีเงินจากบัญชีของสจล.โอนเข้าไปบัญชีของ นายสุรภพ ตั้งประดิษฐ์ น่าจะมีเป็นหลักเกินสิบล้านบาท โดยทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมเอกสารอนุมัติขอหมายจับจากศาลต่อไป
ส่วนวันที่ 19ม.ค. เป็นวันแรกที่พนักงานสอบสวนนัดบุคคลที่อยู่ในเครือข่ายที่ทางปปง.ได้อายัดบัญชีการเงินไว้จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงสาเหตุที่มีเงินโอนเข้าจากนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด รอบแรกจำนวน5ราย จนถึงวันที่27ม.ค. ซึ่งทุกคนรู้ตัวหมดแล้ว ถ้าไม่มาตามเรียกพนักงานสอบสวนจะทำตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ณษกล่าวอีกว่า ขณะที่ คดีที่ น.ส.ณุมาพร พัฒนพงศธร ได้เข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในเรื่องสจล.สั่งซื้ออุปกรณ์การแพทย์สำหรับใช้ในการเรียนในช่วงปี2555 แล้วจ่ายเงินจำนวนเกือบ2ล้านบาทไปก่อนโดยที่ยังไม่ได้รับของทั้งหมดนั้น ทั้งนี้ต้องดูว่ามีส่วนเกี่ยวกันหรือไม่ แต่เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนคงจะไม่รวมมาเป็นคดีเดียวกัน







