posttoday
ตลาดบอนด์โลกมาแรง พิษศก.ชะลอ-เฟ้อต่ำ

ตลาดบอนด์โลกมาแรง พิษศก.ชะลอ-เฟ้อต่ำ

18 มกราคม 2558

หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองหลังเวิลด์แบงก์ออกรายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วยการตัดลดคาดการณ์การเติบโตทั่วโลกปีนี้จากเดิม 3.4% มาอยู่ที่ 3.0% ก็คือการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาทำสถิติต่ำสุดในรอบหลายปี 

หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองหลังเวิลด์แบงก์ออกรายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วยการตัดลดคาดการณ์การเติบโตทั่วโลกปีนี้จากเดิม 3.4% มาอยู่ที่ 3.0% ก็คือการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาทำสถิติต่ำสุดในรอบหลายปี 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ลดลงเหลือ 2.45% จาก 2.482% ในวันก่อนหน้า โดยนับเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2012 อันเป็นช่วงที่วิกฤตหนี้ยูโรโซนกำลังเข้าขั้นโคม่า ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีก็ร่วงลงมาอยู่ที่ 1.833%

เช่นเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีในวันที่ 14 ม.ค. ปิดตลาดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.425% พันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสลดลงต่ำสุดทุบสถิติที่ 0.653% พันธบัตรรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ทำสถิติต่ำสุดที่ 0.181%

ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลในเอเชียก็ไม่น้อยหน้า ปรับตัวทำสถิติต่ำสุดเช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.259% หรือแม้แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมาเลเซียซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิ่งไปเต็มๆ ก็ปรับตัวลดลง 0.12% เช่นกันในการซื้อขายเมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

ประเด็นสำคัญสำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นข้างต้นก็คือการสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2015 นี้กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง จนทำให้ต้องวิ่งเข้าหาตลาดพันธบัตรเพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะวิ่งสวนทางกับมูลค่าราคาของพันธบัตรในตลาด ซึ่งถ้าราคาพันธบัตรแพง อัตราผลตอบแทนจะยิ่งต่ำ เพราะพันธบัตรนั้นมีความปลอดภัยสูงความเสี่ยงต่ำ ขณะที่ถ้าราคาพันธบัตรถูก อัตราผลตอบแทนก็จะยิ่งสูง เพราะพันธบัตรนั้นมีความเสี่ยงสูงนั่นเอง

เท่ากับว่าการที่อัตราผลตอบแทนลดต่ำลง เป็นเพราะมีความต้องการจากนักลงทุนเพิ่มมากขึ้นในตลาด เห็นได้จากยอดขายของพันธบัตรที่มีรายงานว่าสูงขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นผลจากตัวนักลงทุนต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพื่อปกป้องมูลค่าทรัพย์ของตน หลังจากเล็งเห็นแล้วว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มอันตราย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเศรษฐกิจโลกโตชะลอตัวไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้นที่ทำให้นักลงทุนพร้อมใจวิ่งเข้าตลาดบอนด์กันอย่างคับคั่ง ซึ่งนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญจากหลายสำนักได้ประมวลปัจจัยที่ทำให้ตลาดบอนด์เนื้อหอมสรุปได้เป็น 4 ปัจจัยด้วยกัน

แน่นอนว่า ปัจจัยประการแรกสุดก็คือแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยนอกจากจะยืนยันได้จากตัวเลขคาดการณ์ของเวิลด์แบงก์แล้ว ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (พีเอ็มไอ) หนึ่งในตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของหลายประเทศยังปรับตัวลดลง ขณะที่ล่าสุด แนวโน้มของเศรษฐกิจโลกยิ่งโตติดลบ เมื่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือน ธ.ค. ลดลง 0.9% มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2014 แสดงให้เห็นกำลังการบริโภคที่ยังอ่อนแอในสหรัฐ ตลาดซึ่งถือเป็นความหวังมากที่สุดในขณะนี้

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนทุบสถิติต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง ยังสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน เนื่องจากไม่สามารถช่วยชดเชยหรือพยุงตัวเลขทางเศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่อย่างจีนหรือยุโรปได้ เพราะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าราคาน้ำมันที่ลดลงในขณะนี้เป็นผลจากความต้องการใช้น้ำมันลดลง สวนทางกับปริมาณการผลิตน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้น

ปัจจัยประการที่สองคือภาวะเงินเฟ้อต่ำที่สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมัน ซึ่งเจฟฟรีย์ กุนเดียช ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทลงทุนดับเบิลไลน์ แคปิตอล ระบุว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงกำลังอย่างต่อเนื่องทำให้นักลงทุนหวาดวิตกเรื่องภาวะเงินฝืดมากยิ่งขึ้น โดยราคาน้ำมันถูกในปัจจุบันแม้อาจส่งผลให้ราคาสินค้าถูกลง แต่ก็อาจก่อให้เกิดวงจรอุบาทว์ที่ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายเพื่อให้ราคาสินค้าปรับตัวถูกลงมากกว่าในปัจจุบัน ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ การวิ่งเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างตลาดพันธบัตรเพื่อป้องกันมูลค่าทรัพย์สินลดลงจนขาดทุน จึงถือเป็นทางเลือกลำดับต้นๆ ของนักลงทุน

ปัจจัยประการต่อมาก็คือการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กับค่าเงินเหรียญสหรัฐ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าการเติบโตที่อ่อนแอบวกกับภาวะเงินเฟ้อโตช้าน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เฟด
จำต้องขยายระยะเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปจากเดิมที่หลายฝ่าย
คาดการณ์ว่าจะอยูในช่วงหลังเดือน เม.ย. นักวิเคราะห์เริ่มคาดการณ์ว่าจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2015 ขณะที่ส่วนหนึ่งคาดว่าน่าจะมีขึ้นหลังจากปี 2016 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมตัวเลขการจ้างงานที่แม้ในสหรัฐจะมีการว่าจ้างเพิ่มมากขึ้น แต่อัตราเงินเดือนค่าจ้างยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานค่าครองชีพในปัจจุบันของสหรัฐ

สำหรับปัจจัยประการสุดท้ายก็คือผลตอบแทนที่ต่อเนื่อง โดยต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่นักลงทุนยังคงต้องการไม่ว่าจะมีปริมาณน้อยแค่ไหนก็ตามก็คือผลตอบแทน และท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงง่อนแง่น ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่ค่อนข้างผันผวน ตลาดการเงินที่ปั่นป่วน หรือตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เสี่ยงต่อฟองสบู่ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดซึ่งเคยไปได้ดีดังกล่าวเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น และเอาแน่เอานอนไม่ได้เรื่อยๆ

ตรงกันข้ามกับตลาดพันธบัตรรัฐบาลที่มีความมั่นคงในระดับสูง ซึ่งผู้ลงทุนสามารถได้ผลตอบแทนที่ต่อเนื่องแน่นอนตามเงื่อนไขสัญญาที่ระบุกันไว้ การลงทุนในตลาดพันธบัตรจึงปลอดภัยมากที่สุด โดย โธมัส รอธ นักค้าพันธบัตรอาวุโสในตลาดนิวยอร์กของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ซิเคียวริตี้ ยูเอสเอ อิงค์ สรุปว่า ภาพรวมของการลงทุนถือว่ามีความสำคัญมากกว่าสิ่งใดดังนั้น นับต่อจากนี้น่าจะได้เห็นปริมาณเงินทุนไหลเข้าหาตลาดปลอดภัยอย่างตลาดพันธบัตรมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งในตลาดที่อัตราผลตอบแทนติดลบอย่างเยอรมนี หรือบรรดาประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้ตลาดบอนด์สหรัฐขึ้นแท่นเนื้อหอมมากที่สุด ทั้งในแง่ของความมั่นคงปลอดภัยและในแง่ของผลตอบแทน

ทั้งนี้ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัว เงินเฟ้อโตต่ำ ซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันถูกและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงินของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ตลาดพันธบัตรจึงเป็นทางเลือกเพื่อให้รอดของนักลงทุนที่มีเสน่ห์ที่สุดขณะนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท