posttoday
เขียนแก้​ขัดแย้ง​  เสี่ยงสะเทือนเสรีภาพ

เขียนแก้​ขัดแย้ง​ เสี่ยงสะเทือนเสรีภาพ

18 มกราคม 2558

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเริ่มต้นพิจารณารายละเอียดเป็นรายมาตรา 

ทว่า ​เป็นที่น่าสังเกตว่าหลายต่อหลายประเด็นที่มีความพยายามจะเข้าไปแก้ไขปัญหาในอดีตจากรากเหง้าความขัดแย้งที่ฝังรากลึกในสังคม จนนำบ้านเมืองมาสู่ทางตันรอบนี้ ​​ตั้งเค้าจะกลายเป็นต้นตอของปัญหาใหม่ในอนาคตได้อย่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ

เริ่มตั้งแต่หมวดประชาชน ส่วนความเป็นพลเมืองและหน้าที่ของพลเมือง มาตรา 1 ประชาชนชาวไทยในฐานะที่เป็นพลเมืองต้องเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น เคารพหลักความเสมอภาค ยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม ที่ค่านิยมที่ดี มีวินัย ตระหนักในหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม รู้รักสามัคคี มีความเพียร และพึ่งตนเอง

แต่ปัญหาอยู่ตรงที่วรรคสอง ที่ระบุว่า “พลเมืองต้องไม่กระทำการที่ทำให้เกิดความเกลียดชังกันระหว่างคนในชาติหรือศาสนา หรือไม่ยั่วยุให้เกิดการเลือกปฏิบัติ เป็นปฏิปักษ์ หรือใช้ความรุนแรงระหว่างกัน”

แม้จะเป็นความตั้งใจดีที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่การจะวินิจฉัยว่าการกระทำใดที่เข้าข่ายบ้าง ที่เข้าข่ายทำให้เกิดความเกลียดชัง หรือยั่วยุให้เกิดการเลือกปฏิบัติ เป็นปฏิปักษ์ ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ตายตัว ว่าจะ​ใช้หลักอะไรมาชี้วัด หรือหน่วยงานใดจะเป็นผู้ชี้ขาด เพราะแต่ละประเด็นนั้นค่อนข้างกว้างและอาจกระทบ​ “สิทธิเสรีภาพ” หรืออาจจะถูกนำไปกลั่นแกล้งทางการเมืองในอนาคต

อีกมาตราที่อาจมีปัญหา คือมาตรา 14 ซึ่งระบุว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นของตนโดยการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น”

แม้จะดูเหมือนเปิดกว้างให้เสรีภาพได้อย่างเต็มที่ แต่ในวรรคสองของมาตราดังกล่าวกลับ​เขียนล็อกไว้อีกชั้นหนึ่งว่า ​“การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง ข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน หรือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเกลียดชังกันระหว่างคนในชาติหรือศาสนา หรือการใช้ความรุนแรงระหว่างกัน”

ในแง่ความมั่นคงของรัฐ​เป็นที่เข้าใจและยอมรับได้ แต่ประเด็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจ หรือสุขภาพของประชาชน ยังเปิดให้สามารถตีความกันได้กว้างเสียจนเป็นห่วงกันว่าจะเป็น “ช่องโหว่” ให้เข้ามาจำกัดสิทธิการแสดงออกได้ง่าย

หรือแม้แต่ประเด็นเรื่องป้องกันไม่ให้เกิดความเกลียดชังกันระหว่างคนในชาติหรือศาสนา หรือการใช้ความรุนแรงระหว่างกัน ที่มีที่มาจากปัญหาในอดีตกับการใช้ถ้อยคำที่ทำให้เกิดการเกลียดชัง หรือเฮทสปีช ที่ถือเป็นข้อดีแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา แต่อีกด้านหนึ่งอาจถูกหยิบยกไปเป็นประเด็นปิดกั้นการแสดงความเห็นได้​

อย่างไรก็ตาม จากที่ปรากฏเบื้องต้นเวลานี้ยังเป็นเพียงแค่บางส่วนบางตอนของร่างรัฐธรรมนูญ และยังมีอีกหลายมาตราที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา รวมทั้งยังมีอีกหลายขั้นตอนที่เปิดโอกาสให้แก้ไขในรายละเอียดได้หลายขั้นตอน

แต่ประเด็นเวลานี้ที่ต้องระมัดระวังคือการ “หวังดี” หากทางแก้ไขปัญหาในอดีต แต่อาจจะกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะการลิดรอนสิทธิเสรีภาพอันเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย จนอาจเป็นการเดินถอยหลังเข้าคลอง

โดยเฉพาะ​หากมัวแต่พะวงอยู่กับการสกัดกั้นความขัดแย้งที่ “ปลายเหตุ” ทั้งตีกรอบ ล็อกการเคลื่อนไหวที่ล่อแหลมต่างๆ โดยปล่อยปละไม่แก้ไขต้นตอของความขัดแย้งอย่างเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำ” และ “ไม่เป็นธรรม”

นอกจากจะไม่ช่วยคลี่คลายปัญหาเก่าได้แล้ว ยังอาจซ้ำเติมให้ปัญหาหนักข้อยิ่งขึ้น และ​จะกลายเป็นชนวนนำไปสู่การไม่ยอมรับร่าง​รัฐธรรมนูญในที่สุด ​

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท