
อย่าอุ้มพ่อค้า
การประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมัน ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันจันทร์ที่ 19 ม.ค.นี้ กำลังกลายเป็นประเด็นที่เกษตรกรที่ปลูกปาล์มกว่า 5.4 ล้านไร่ และวงการค้าน้ำมันปาล์มกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด
การประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมัน ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันจันทร์ที่ 19 ม.ค.นี้ กำลังกลายเป็นประเด็นที่เกษตรกรที่ปลูกปาล์มกว่า 5.4 ล้านไร่ และวงการค้าน้ำมันปาล์มกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์และองค์การคลังสินค้าจะเสนอขออนุมัติให้นำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศจำนวน 5 หมื่นตัน วงเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยจะขอนำเข้ามาภายใน 20 วัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มในประเทศที่ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 1.3 แสนตัน ซึ่งหากไม่มีการนำเข้ามาในจังหวะที่เหมาะสมจะกระทบกับการบริโภคในประเทศได้
การตัดสินใจอนุมัติหรือไม่อนุมัติของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันถือว่ามีผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในธุรกิจน้ำมันปาล์มอย่างกว้างขวาง
ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มล้วนได้รับอานิสงส์จากราคาผลผลิตปาล์มในประเทศ ที่ถีบตัวขึ้นมาสูงมากถึงกิโลกรัมละ 6.20 บาท จากปกติที่อยู่ในระดับ 4-5 บาท/กิโลกรัมเท่านั้น การอนุมัติให้มีการนำเข้าปาล์มน้ำมันจากต่างประเทศ จึงอาจทำให้ปริมาณการรับซื้อและราคาปาล์มที่เกษตรกรพึงได้รับลดลงได้
ขณะเดียวกัน การอนุมัติให้มีการนำเข้าปาล์มน้ำมันจากต่างประเทศจะมีผลประโยชน์ในทางธุรกิจมหาศาล เพราะปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศสูงกว่าต่างประเทศเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10-15 บาท โดยปาล์มน้ำมันดิบในประเทศอยู่ที่กิโลกรัมละ 36 บาท แต่ราคาปาล์มน้ำมันในมาเลเซียเฉลี่ย 21-22 บาท/กิโลกรัม
ดังนั้น หากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันอนุมัติให้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มนำเข้ามา 4-5 หมื่นตันตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เท่ากับว่าผู้ผลิตปาล์มน้ำมันในระบบจะมีต้นทุนลดลงทันที 500-750 ล้านบาท แต่สามารถขายปาล์มบรรจุขวดได้ในราคา 42.50 บาท เท่ากับต้นทุนการรับซื้อปาล์มน้ำมันดิบในประเทศ ผู้ผลิตจึงทำกำไรจากมาตรการของภาครัฐได้ถึง 2 ต่อ แต่อาจกระทบต่อราคาปาล์มในประเทศที่จะเริ่มออกมาในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้
รัฐบาลจำเป็นต้องตระหนักและพิจารณาในการดำเนินนโยบายนำเข้าปาล์มน้ำมันให้ถี่ถ้วน เพราะปัจจุบันประชากรในภาคเกษตรกรรมของไทยได้รับผลกระทบจากต้นทุนอย่างหนัก จนหลายกลุ่มมีรายได้ที่ลดลง แต่ในยามที่เกษตรกรในประเทศกำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลกลับทำลายโอกาสทองของเกษตรกร เพียงเพราะมีข้อมูลที่ยังไม่เป็นที่กระจ่างชัดว่าอาจทำให้ปาล์มน้ำมันในประเทศขาดแคลน







