
ไทยรับมือด่วนดอลลาร์แข็งโป๊ก
ฤทธิ์ฟรังก์สวิสดันเงินสหรัฐแข็งค่าสุดรอบ 11 ปี นักลงทุนแห่ซื้อ มิซูโฮเตือนเงินทะลักไทยส่งออกเจอดีแน่
ฤทธิ์ฟรังก์สวิสดันเงินสหรัฐแข็งค่าสุดรอบ 11 ปี นักลงทุนแห่ซื้อ มิซูโฮเตือนเงินทะลักไทยส่งออกเจอดีแน่
ผลกระทบจากการตัดสินใจยกเลิกการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินฟรังก์สวิสที่ 1.20 ฟรังก์สวิส/ยูโร ของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (เอสเอ็นบี) ยังคงสร้างความปั่นป่วนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินยูโรปรับตัวแข็งค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2546 มาอยู่ที่ 1.1460 เหรียญสหรัฐ/ยูโร และแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น โดยขยับมาอยู่ที่ 1 เหรียญสหรัฐ/117.5 เยน
ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า การแข็งค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีสัดส่วนถึง 63% จากสกุลเงินสำรองระหว่างประเทศทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความวิตกของนักลงทุนทั่วโลก ทำให้เงินเหรียญสหรัฐที่ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเริ่มกลับมาเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในตลาด
ขณะที่ตลาดพันธบัตรทั่วโลกก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับลดลงมาสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2556 ที่ 1.7% ส่วนราคาทองคำในตลาดฟิวเจอร์สงวดส่งมอบเดือน ก.พ. ในตลาดโคเม็กซ์ ปรับตัวขึ้น 1% มาอยู่ที่ 1,276.90 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ สูงสุดในรอบหลายเดือน
ทั้งนี้ ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่สูงขึ้นยังได้รับแรงหนุนมาจากความคาดหวังของนักลงทุนที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีแนวโน้มจะใช้มาตรการเข้าซื้อพันธบัตร (คิวอี) หลังการประชุมในวันที่ 22 ม.ค.นี้ โดยล่าสุดมีรายงานว่า มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี และวูล์ฟกัง ชอยเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี เพื่ออธิบายรายละเอียดของมาตรการคิวอีแล้ว
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์เตือนบรรดาธนาคารที่ถือเงินและสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินฟรังก์ว่าจะได้รับผลกระทบขาดทุนในระยะสั้นๆ ล่าสุดมีรายงานว่า ดอยช์แบงก์และธนาคารบาร์เคลย์ส สองดีลเลอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประสบภาวะขาดทุนจากการแข็งค่าของเงินฟรังก์แล้วหลายล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่โบรกเกอร์ 2 แห่งในนิวซีเแลนด์และอังกฤษ จำเป็นต้องปิดการซื้อขายระหว่างวันในวันที่ 16 ม.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย
นายณัฏฐ วงศาโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโสและหัวหน้าส่วนดูแลลูกค้าธุรกิจ ธนาคารมิซูโฮ เปิดเผยว่า ไทยจะได้รับผลทางอ้อมจากค่าเงินสกุลใหญ่ๆ เช่น เหรียญสหรัฐ ยูโร และเยน และหลังจากที่อีซีบีออกมาตรการคิวอีจะทำให้มีเงินไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดเกิดใหม่และไทยอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทในปีนี้ไม่ได้อ่อนค่าลงมากอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ผู้ส่งออกต้องเตรียมรับมือให้ดี เพราะเงินบาทจะอ่อนค่าน้อยกว่าเพื่อนบ้าน และในที่สุดแล้วธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญและวางแผนรับมือกับการส่งออกไปยังประเทศรัสเซีย จีน และอินเดีย ที่เป็นตลาดหลักของไทยให้มากกว่าแถบยุโรป ขณะที่ผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับตัวให้ทันสถานการณ์







