
ข่าวศาสนาจะได้รับการคุ้มครองในรัฐธรรมนูญ
มีแนวโน้มว่าจะมีบทบัญญัติให้ข่าวศาสนาต้องได้รับการคุ้มครอง ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นอกเหนือจากการให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง ส่งเสริมและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ที่ประชาชนคนไทยนับถือในระดับต่างๆ
มีแนวโน้มว่าจะมีบทบัญญัติให้ข่าวศาสนาต้องได้รับการคุ้มครอง ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นอกเหนือจากการให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง ส่งเสริมและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ที่ประชาชนคนไทยนับถือในระดับต่างๆ
จากการสำรวจดูข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการศาสนา พบว่ามีความพยายามเสนอในหลายมิติ ตั้งแต่ให้นำพระธรรมคำสอนของศาสนามาสร้างความปรองดอง พร้อมทั้งให้สื่อจัดพื้นที่ในการเผยแผ่ ใช้พระศาสนาเพื่อขจัดคอร์รัปชั่น สร้างความปรองดองในชาติ รวมทั้งเสนอให้บัญญัติการคุ้มครองข่าวศาสนา เพราะอดีตที่ผ่านมาข่าวเสื่อมศรัทธามีมากกว่าสร้างศรัทธา ดังรายละเอียดบางช่วงบางตอน ดังนี้
ข้อเสนอที่ 1 รัฐใช้ศาสนาสร้างกระบวนการสามัคคีปรองดอง ส่งเสริมให้สื่อทุกชนิด (Media) นำหลักธรรมในศาสนามาเชื่อมร้อยสังคมให้เกิดความเข้าใจกัน มีเมตตากรุณาต่อกัน รู้จักการให้อภัยและคุ้มครองการเสนอข่าวสารด้านศาสนาให้ปลอดจากประทุษวาจา (Hate Speech) ผ่านสื่อทุกชนิด เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีปรองดองระหว่างผู้ศรัทธาในศาสนาแต่ละความเชื่อที่ต่างกัน
มีคำอธิบายประกอบประเด็นว่า ส่งเสริมบุคลากรทางศาสนานำหลักธรรมคำสอนและหลักปฏิบัติทางศาสนามาใช้สร้างความสมานฉันท์ในหมู่ประชาชน หลักธรรมดังกล่าว เช่น อริยสัจ 4 มัชฌิมาปฏิปทา พรหมวิหาร 4 และหิริโอตตัปปะ ฯลฯ จะต้องได้รับการตอกย้ำแก่ภาคประชาชนเพื่อสร้างบรรยากาศ และปฏิสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ กลมเกลียวระหว่างฝ่ายต่างๆ ส่งเสริมสนับสนุนการเปิดพื้นที่สาธารณะ เพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้และการมีส่วนร่วมในการประกอบกิจกรรมทางศาสนาตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีเพื่อสร้างบรรยากาศความสามัคคีปรองดอง
การสื่อสารศาสนาต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและรอบด้าน สื่อต้องเปิดพื้นที่สาธารณะแห่งการสร้างสรรค์เชิงสังคมอุดมปัญญา ถอดรื้ออคติต่อผู้ต่างความเชื่อ ประกอบการสร้างวาทกรรมด้านบวกแห่งความเห็นอกเห็นใจ การอดทนต่อความแตกต่าง ความเมตตา กรุณา การให้อภัยต่อกัน และให้ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างศาสนาเพื่อยกระดับคุณธรรมในสังคมไทยอย่างได้ผล
ส่งเสริมการเรียนการสอนหลักธรรมในศาสนาต่างๆ ทุกระดับ ในระดับอุดมศึกษาต้องได้รับการสนับสนุนให้เป็นแหล่งศิลปวิทยาการและการวิจัยศาสนา ทั้งระดับชาติและนานาชาติ ให้ความสำคัญกับศาสนาเปรียบเทียบเพื่อความรู้ความเข้าใจอันดีต่อกัน
ศาสนาเป็นดังแก่นของต้นไม้แห่งสังคมไทย การล่วงล้ำก้ำเกินจนถึงระดับของการกล่าวร้ายทำลายกัน ย่อมสั่นสะเทือนและกัดเซาะความแข็งแกร่งของต้นไม้นั้น จนไม่อาจให้ร่มเงาเป็นที่พึ่งแห่งมหาชน
ข่าวสาร ตลอดจนเรื่องราวทางศาสนาต้องได้รับการคุ้มครองจากการกล่าวร้ายทำลายกัน ที่เรียกว่าประทุษวาจา (Hate Speech) อันเป็นเหตุแห่งความแตกแยก โดยเฉพาะประทุษวาจาที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์
การสื่อสารด้วยอารมณ์ที่แฝงด้วยอคติ ปราศจากการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน บางครั้งด้วยภาษาที่ดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถือได้ว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ตกเป็นข่าว ในระดับสังคมสร้างความแตกแยกและไม่สร้างสรรค์ จึงต้องคุ้มครองการนำเสนอข่าวนี้ผ่านสื่อทุกชนิด
ประทุษวาจา หรือวาจาที่สร้างความเกลียดชัง อาจเป็นเหตุโน้มน้าวใจให้ผู้อื่นกระทำผิดทางอาญาอันเนื่องจากความเกลียดชัง ซึ่งยังไม่มีกฏหมายบัญญัติอย่างชัดเจนเกี่ยวกับความผิดนี้ จึงสมควรหาแนวทางสร้างภูมิคุ้มกันบุคคลและแก่สังคม
ประเด็นที่เสนอต่อมาคือ รัฐต้องใช้ศาสนาสร้างการปกครองที่เป็นธรรม ขจัดความทุจริต ประพฤติมิชอบ โดยนำหลักศาสนามาเป็นกลไกสำคัญ ควบคู่การสร้างสรรค์สังคมที่มีธรรมาภิบาลและสร้างระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพหลัก
ผู้เสนอได้อธิบายว่าศาสนาคือสิ่งที่ผูกติดกับจิตวิญญาณของมนุษย์ให้ตั้งมั่นในความดี มีความละอายต่อบาป หากชาติมีศาสนาเป็นฐานอันแข็งแกร่ง ย่อมสามารถสร้างระบบคุณธรรม ล้างคอร์รัปชั่นที่มีต้นตอคือการผิดศีลธรรม
พร้อมทั้งยกตัวอย่างพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาหลักของชาติในการปฏิบัติต้องส่งเสริมระบบบ้าน วัด โรงเรียน (บวร) หรืออิสลามใช้ระบบบ้าน โรงเรียน และมัสยิด (บรม)
ในมิติบ้าน จัดโครงการหมู่บ้านศีล 5 ติดประกาศยกย่องในครอบครัว ว่าเป็นครอบครัวศีล 5 ระดับหมู่บ้านเรียกว่าหมู่บ้านศีล 5
ในมิติของมัสยิดหรือวัดให้เป็นแหล่งข้อมูลธรรม หลักปฏิบัติ และกิจกรรมทางศาสนา เช่น สวดมนต์ ฝึกสมาธิรักษาความสะอาดทั้งกาย วาจา และใจ
ในมิติของโรงเรียน ให้โรงเรียนเป็นฐานกลางที่ประสานระหว่างวัดหรือมัสยิดกับบ้าน จัดสรรงบประมาณสร้างครูศาสนาที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ให้รัฐส่งเสริมสร้างสรรค์เสริมความรู้ความเข้าใจและศัทธาเพื่อให้พระศาสนาเป็นที่พึงของมหาชนที่แท้จริง
ส่วนหลักการและเหตุผลที่เสนอ ก็คือ ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่สามารถหายไปได้ ตราบใดที่คนไทยยังห่างไกลศาสนา การโป้ปดมดเท็จ ฉ้อฉล โกงกิน ล้วนผิดศีลทั้งสิ้น
การให้ความเคารพยกย่องคนรวยโดยมองข้ามพฤติกรรมอันทุจริตมักมีสาเหตุจากความหย่อนยานในศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมเป็นสิ่งละเอียดอ่อนระดับจิตสำนึก ซึ่งมีเพียงศาสนาเท่านั้นที่เข้าถึงได้







