
แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
เป็นปัญหามาหลายสิบปีกับการดำเนินการของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายบริหารที่เราเรียกกันว่า “รัฐบาล”
เป็นปัญหามาหลายสิบปีกับการดำเนินการของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายบริหารที่เราเรียกกันว่า “รัฐบาล” ในการปฏิบัติตามหัวข้อที่เรียกว่า “แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ” ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เริ่มตั้งแต่ฉบับ พ.ศ. 2492 เป็นต้นมาจนถึง พ.ศ. 2550 แต่หัวข้อนี้แต่เดิมมาเป็น “แนวนโยบายแห่งรัฐ” มาเพิ่มคำว่า “พื้นฐาน” เข้าไป กลายมาเป็น “แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ” ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540
ชื่อแต่เดิมของหัวข้อนี้สอดคล้องใกล้เคียงกับสองประเทศที่ผู้รู้ท่านเล่าให้ฟังว่าเป็นสองประเทศแรกที่มีหัวข้อนี้ในรัฐธรรมนูญ ประเทศแรก คือ ไอร์แลนด์ (Ireland) ใช้วลีว่า Directive Principles of Social Policy ประเทศที่สองคือ อินเดีย ใช้วลีว่า Directive Principles of State Policy ซึ่งแต่เดิมหัวข้อนี้ของประเทศไทยเราจะตรงกับอินเดียมากกว่า ต่อมาก็เพิ่มให้เป็น “พื้นฐาน” หรือ fundamental ทำให้หัวข้อนี้ของเราแปลเป็นภาษาอังกฤษได้เป็น Fundamental Directive Principles of State Policy
เดิมทีบทบัญญัติของหัวข้อนี้ ตั้งแต่แรกเริ่มในปี พ.ศ. 2492 มีอยู่ 19 มาตรา ซึ่งหากพิจารณาโดยเนื้อหาแล้วก็ถือว่าใกล้เคียงกับต้นแบบอย่างรัฐธรรมนูญของประเทศไอร์แลนด์ แต่หัวข้อนี้ของประเทศไอร์แลนด์มีเพียงหนึ่งมาตรา ซึ่งประกอบไปด้วยอนุมาตรา และอนุวรรค รวมกันแล้วมีประมาณ 10 เรื่อง โดยรวมประเทศไทยเราก็เพิ่มไป 9 เรื่อง ถ้านับแต่ประเด็น แต่หากพิจารณาโดยเนื้อหาแล้วก็ใกล้เคียงกัน อาจจะเป็นเช่นดังที่ผู้รู้ท่านบอกว่า ประเทศเรา เอามาจากประเทศเขา ดังนั้นจึงได้ถอดแบบออกมาให้คล้ายเหมือน
นับตั้งแต่เรามีหัวข้อ แนวนโยบายแห่งรัฐ จนมาเป็น แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในปี พ.ศ. 2540 นั้น แม้จะมีการเพิ่มคำว่า “พื้นฐาน” เข้าไป โดยเนื้อหาของบทบัญญัติก็ไม่ได้แตกต่างไปจากที่เคยมีมาเท่าใดนัก นอกจากนั้นประเด็นต่างๆ ก็ไม่ได้มีการเพิ่มเติมเข้ามาจากเดิมมากนัก แต่เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 นั้น หัวข้อ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐก็ขยับจากแนวทางที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญไอร์แลนด์มาคล้อยไปทางรัฐธรรมนูญอินเดีย นั่นคือ นอกจากมีหลักการอันเป็นการสอดรับกับชื่อหัวข้อที่มีคำว่า principles แล้ว ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไป แต่รัฐธรรมนูญอินเดียนั้น แม้จะประกอบไปด้วยรายละเอียดที่มากกว่ารัฐธรรมนูญไอร์แลนด์ในหัวข้อนี้ แต่ก็มีจำนวนมาตราใกล้เคียงกับหัวข้อดังกล่าวที่มีมาแต่เดิมของรัฐธรรมนูญไทย ประมาณ 19 มาตรา และไม่ได้มีเนื้อหาที่มากมายนัก
เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ไม่ใคร่จะไว้วางใจว่าสิ่งที่อยู่ในหัวข้อแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐจะเพียงพอกับการกำหนดการดำเนินการในด้านต่างๆ โดยรัฐ โดยเฉพาะรัฐบาล (ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ค่อยจะเคยได้ทำเท่าที่ผู้รู้ท่านบอกมา) ส่งผลให้หัวข้อนี้ในรัฐธรรมนูญดังกล่าว แม้จะลดลงเป็น 13 มาตรา แต่รวมกันได้ประมาณ 53 เรื่อง และประกอบไปด้วยรายละเอียดจำนวนมาก นัยว่าผู้เข้ามาบริหารรัฐไม่จำต้องทำสิ่งอื่นใด เพียงดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นก็เพียงพอ
เขียนกันมาจนเป็นธรรมเนียม ก็คงต้องมีกันต่อไป แต่หวังว่าคงจะไม่ยาวยืดเยื้อ ซึ่งอันที่จริงไม่ต้องมีก็ได้ เป็นการวัดศักยภาพของผู้บริหารรัฐแทนเราว่าจะทำอะไรให้พวกเราได้บ้าง ถ้าไม่มีอะไรเป็นตัวกำหนด (หากเราจะไว้ใจพวกเขาได้)







