
500เอสเอ็มอีญี่ปุ่นมาไทย
เอสเอ็มอีญี่ปุ่น 500 ราย ทยอยลงทุนไทยปีนี้ เล็งใช้เป็นฮับอุตฯ ทางการแพทย์กับอิเล็กทรอนิกส์
เอสเอ็มอีญี่ปุ่น 500 ราย ทยอยลงทุนไทยปีนี้ เล็งใช้เป็นฮับอุตฯ ทางการแพทย์กับอิเล็กทรอนิกส์
นายฮิโรชิ ทาคาดะ ประธานองค์การเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น (SMRJ) เปิดเผยหลังหารือความร่วมมือพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กับนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร ระหว่างเยือนประเทศญี่ปุ่นวันที่ 13-17 ม.ค. ว่า จากเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มหดตัวและโตทรงตัว ประชากรลดลงต่อเนื่อง ทำให้บริโภคในประเทศลด กระทบเอสเอ็มอี
ทางญี่ปุ่นจึงมีนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีญี่ปุ่นออกไปหาตลาดต่างประเทศ โดยอุตสาหกรรมที่เอสเอ็มอี สนใจย้ายไปไทยมี 2 อุตสาหกรรม คือ 1.อุตสาหกรรมทางการแพทย์ 2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นหลายร้อยรายสนใจขยายลงทุน โดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ส่งออก และกระจายสินค้าไปประเทศต่างๆ ในภูมิภาค รับเปิดเสรีเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จากปัจจัยเดินทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (เมดิคอล ทัวริซึ่ม) ที่ไทยได้รับการยอมรับไปทั่วโลก
“เชื่อว่าใน 3-5 ปีจากนี้ ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของทั้งสองอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งจะต้องติดตามเรื่องการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งประเทศไทยอาจจะยังมีข้อจำกัดทางด้านภาษาในเอกสารทางด้านกฎหมายสำหรับนักลงทุนต่างชาติอยู่บ้าง” นายฮิโรชิ กล่าว
นอกจากนี้ ในมุมมองนักลงทุนต่างชาติมองว่าไทยน่าจะเป็นฐานการค้าการลงทุนมากกว่าการเป็นเฉพาะฐานการผลิตเท่านั้น เนื่องจากสามารถต่อยอดกระจายไปประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ด้วยความครบครันด้านโครงสร้างพื้นฐาน และทางด้านภูมิศาสตร์ที่ตั้งของประเทศไทย
นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า ปี 2558 นี้คาดว่าจะมีเอสเอ็มอีจากประเทศญี่ปุ่นกว่า 500 ราย ที่ได้มีการเจรจาเบื้องต้นในการสนับสนุนการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งล่าสุดกระทรวงได้จัดทำโปรแกรมสนับสนุนให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยลักษณะการลงทุนที่เอสเอ็มอีจากประเทศญี่ปุ่นจะเป็นการหาพันธมิตรร่วมทุน ซึ่งทางกระทรวงจะมีการประสานงานทางด้านข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกต่อไป
“เชื่อว่าไทยจะได้รับประโยชน์ทางด้านเทคโนโลยีและพื้นฐานความรู้ด้านการพัฒนาจากเหล่านักลงทุนญี่ปุ่นที่ลงทุนในประเทศไทย ซึ่งทุกอย่างจะเป็นผลดีทั้งหมด” นายจักรมณฑ์ กล่าว
กรณีการปรับลดโควตานำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อน ตามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปป้า) ล่าสุดได้เจรจาและสร้างความมั่นใจกับญี่ปุ่น หากมีความต้องการเกินระดับที่ลดโควตาลงจะสามารถทบทวนให้เหมาะสมได้







