posttoday
กมธ.ยกร่างรธน.เปิดช่องขยายการควบคุมชุมนุมสาธารณะ

กมธ.ยกร่างรธน.เปิดช่องขยายการควบคุมชุมนุมสาธารณะ

15 มกราคม 2558

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบมาตราชุมนุมที่สาธารณะ เพิ่มถ้อยคำจากรธน.50 ขยายเหตุผลในการควบคุมการชุมนุมมากขึ้น

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบมาตราชุมนุมที่สาธารณะ เพิ่มถ้อยคำจากรธน.50 ขยายเหตุผลในการควบคุมการชุมนุมมากขึ้น

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ผ่านความเห็นรัฐธรรมนูญในรายมาตรา  ว่าด้วยส่วนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในที่สาธารณะ  โดยมีรายละเอียดว่า  “พลเมืองย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ  การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำไม่ได้  เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะในกรณีการชุมนุมในที่สาธารณะ  และเพียงเท่าที่จำเป็น  เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน  ความปลอดภัยด้านการสาธารณสุข  หรือการคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น” 

ทั้งนี้ในมาตรา 63 ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้บัญญัติข้อจำกัดเพียงแค่  เพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนในการใช้ที่สาธารณะ  หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก

การเปลี่ยนแปลงถ้อยคำดังกล่าวจึงเป็นการขยายการกำหนดข้อห้ามในกฎหมายมากขึ้น  จากเดิมจำกัดเฉพาะการรบกวนความสะดวกของประชาชน  และในกรณีสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติเท่านั้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2557 โดยการแถลงข่าวของ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า  ครม. ได้เห็นชอบในหลักการ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สนช.) ได้เสนอต่อที่ประชุม ครม. เกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ... โดยมีสาระสำคัญได้แก่

1.กำหนดให้ผู้ชุมนุม มีหน้าที่แจ้งวัน เวลา และสถานที่ที่จะชุมนุมต่อหัวหน้าสถานีตำรวจในท้องที่

2.กำหนดขอบเขตการจัดการกับสถานที่ชุมนุมและผู้ชุมนุมให้อย่างชัดเจน

3.กำหนดด้วยว่าสถานที่ที่ต้องห้ามการชุมนุมมีที่ไหนบ้าง เช่น ทำเนียบรัฐบาล สถานที่ราชการ ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งสาธารณะ เป็นต้น

4.การจัดปราศรัยและกิจกรรมในระหว่าง 22.00 น. - 06.00 น. และการเดินขบวน หรือการเคลื่อนย้ายในเวลากลางคืน จะไม่สามารถทำได้

5.ผู้ชุมนุมจะต้องแจ้งวัน เวลาต่อหัวหน้าสถานีตำรวจที่รับผิดชอบท้องที่นั้นๆ ก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังกำหนดโทษในกรณีต่างๆ ถ้าผู้จัดการชุมนุมไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทราบว่า จะมีการจัดการชุมนุม จะมีโทษจำและปรับ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้จัดการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ว่านี้ จะมีโทษจำคุก 2 - 10 ปี ปรับตั้งแต่ 4 หมื่น - 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในขณะเดียวกันผู้ชุมนุมที่ร่วมชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้ โดยที่เจ้าหน้าที่ขอให้ออกจากการชุมนุมก็ไม่ยินยอมออกตามประกาศ ก็ต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นหรือ ทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตามร่าง พรบ.ฉบับนี้ยังไม่มีการบรรจุในระเบียบวาระการประชุมของ สนช.  แต่อยู่ในแผนการผลักดันกฎหมายของรัฐบาลชุดนี้  ที่มีแนวโน้มจะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. และให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2558 นี้

ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้นำกฎหมายอื่นๆ มาเทียบเคียงเพื่อควบคุมการชุมนุม อาทิ กฎหมายจราจร กฎหมายการใช้เครื่องขยายเสียง กฎหมายการรักษาความสะอาด เป็นต้น

นอกจากนี้ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา  กมธ.ยกร่างยังได้เพิ่มเติมคำว่า “กลุ่มการเมือง” เข้าไปอยู่ในมาตราที่ว่าด้วยเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมือง  โดย พล.อ.เลิศรัตน์  รัตนวานิชย์ โฆษก กมธ.ยกร่างฯ เปิดเผยว่าเป็นการรับรองกลุ่มการเมืองให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลในอนาคต  สำหรับผู้มีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกันที่จะรวมตัวดำเนินกิจกรรมทางการเมือง  ตลอดจนส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบอิสระไม่สังกัดพรรค  โดยไม่ต้องการหรือยังไม่พร้อมที่จะตั้งเป็นพรรคการเมือง  เนื่องจากพรรคการเมืองจะมีกฎเกณฑ์การจัดตั้งที่ซับซ้อนกว่า

ทั้งนี้เมื่อกลุ่มการเมืองมีสถานะเป็นนิติบุคคลทางกฎหมาย  ก็แสดงว่าต้องมีกลุ่มผู้บริหารหรือแกนนำที่รับผิดชอบทางกฎหมายที่ชัดเจน  มาตรานี้จึงเป็นอีกมาตราหนึ่งที่จะไปสอดรับกับ พรบ.การชุมนุมในที่สาธารณะ  เนื่องจากต้องเป็นผู้รับผิดชอบแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐล่วงหน้าหากจะจัดการชุมนุม  และเป็นผู้รับผิดชอบหากการชุมนุมไม่เป็นการใช้สิทธิ์ทางการเมืองโดยสงบและปราศจากอาวุธ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท