posttoday
ยุคมืดทองคำ ระวัง! ลงดุ-ผันผวนแรง

ยุคมืดทองคำ ระวัง! ลงดุ-ผันผวนแรง

15 มกราคม 2558

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันที่ไหลลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2014 กำลังฉุดให้ราคาทองคำดิ่งลงตามไปด้วย

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันที่ไหลลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2014 กำลังฉุดให้ราคาทองคำดิ่งลงตามไปด้วย จนหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าปัจจัยดังกล่าวกำลังจะทำให้ทองคำเข้าสู่ “ยุคมืดของทองคำ” ถึงกระนั้นก็ตามปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าในปีนี้ก็ยังมีปัจจัยบวกที่จะดันราคาทองคำให้กลับมาอยู่ในแดนบวกได้เช่นกัน และอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทิศทางราคาทองคำในปีนี้จะมีความผันผวนสูง
ไม่น้อยทีเดียว

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงกว่า 50%มาเคลื่อนไหวอยู่ในราว 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทั้งในตลาดเบรนต์ทะเลเหนือและตลาดเวสต์เทกซัส (ดับเบิ้ลยูทีไอ) ถือเป็นปัจจัยลบสำหรับราคาโลหะมีค่า เนื่องจากน้ำมันนั้นถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของทุกประเทศ ฉะนั้นราคาน้ำมันที่ดิ่งลงจึงไปฉุดเงินเฟ้อซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำให้ร่วงลงตามไปด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกลายเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำดิ่งลง โดยการขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยที่กดไม่ให้เงินเฟ้อโต
มิหนำซ้ำทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าซึ่งจะทำให้ราคาทองคำต่ำลงโดยเปรียบเทียบ 

การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐจะถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังจากสหรัฐกดดอกเบี้ยให้ต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาหลังจากเผชิญกับวิกฤตการเงินโลกปี 2009 ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากที่ถ้อยแถลงของ เจเน็ต เยลเลน
ผู้ว่าการเฟด และรายงานผลการประชุมเดือน ธ.ค. ยืนยันตรงกันว่าจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยก่อนเดือน เม.ย.นี้

บทวิเคราะห์ของบาร์เคลย์ส สถาบันการเงินชื่อดังจากอังกฤษ คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ จากเฉลี่ยที่ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในไตรมาสแรก เป็น 1,180 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในไตรมาส 2 และในท้ายที่สุดจะลงมาอยู่ที่ 1,170 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในไตรมาสสุดท้าย

บาร์เคลย์สยังวิเคราะห์ว่า อาจเห็นราคาทองคำลดลงแตะที่จุดต่ำสุดในปีนี้ที่ 1,130 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เนื่องจากปัจจัยจากราคาน้ำมันและการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางเมืองลุงแซม สอดรับกับสถาบันการเงินชื่อดังรายอื่นทั้งโกลด์แมน แซคส์ โซซิเอเต เจเนราลที่ระบุตรงกันว่าปีนี้จะเป็นปีที่ราคาทองคำต่ำลงต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ โดยภาพรวมแล้วราคาทองคำอยู่ในช่วงขาลงมาตลอด โดยดิ่งลง 1.4% เมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากที่ดิ่งลงมา 28% ในปี 2013 หลังจากที่สัญญาณเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวทำให้นักลงทุนหันไปเก็งกำไรในตลาดหุ้นมากขึ้น ซึ่งแม้จะมีความเสี่ยงมากกว่าแต่ก็ให้ผลตอบแทนดีกว่าเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ทองคำยังคงไม่สิ้นมนต์เสน่ห์ความเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” สำหรับเป็นที่พักเงินให้นักลงทุนในยามที่สินทรัพย์ผันผวนหรือซบเซา ดังนั้นอาจมีความเป็นไปได้ที่ราคาทองคำจะเด้งกลับขึ้นมา เพราะในปัจจุบันสถานการณ์ตลาดหุ้นสหรัฐใกล้อิ่มตัวเต็มที่ ขณะที่ภาพรวมตลาดหุ้นจีน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (อียู) ยังคงย่ำแย่  

ขณะเดียวกันยังปฏิเสธว่าราคาน้ำมันที่ดิ่งลงเหวไม่ได้เกิดขึ้นตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง แต่เกิดจากการแทรกแซงด้านนโยบาย นำโดยกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปก) ที่ยืนกรานไม่ปรับลดกำลังการผลิตจนทำให้ราคาน้ำมันขยับตัวลงอย่างต่อเนื่อง   แต่ขณะเดียวกันบริษัทเอกชนที่ดำเนินกิจการด้านขุดเจาะน้ำมันในชั้นหินดินดาน (เชลออยล์)ยังเริ่มปรับลดกำลังการผลิตแล้วด้วยหลังจากที่ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นสัญญาณว่าราคาน้ำมันอาจกำลังปรับตัวขึ้น

ฉะนั้น ราคาน้ำมันจึงอ่อนไหวต่อทิศทางการกำหนดนโยบายเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีความผันผวนสูง และยิ่งเป็นการกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น

รายงานของวอลสตรีท เจอร์นัล ระบุว่า นักลงทุนปรับพอร์ตเพิ่มการลงทุนในพันธบัตรเอเชียมากขึ้น โดยดัชนีผลตอบแทนพันธบัตรเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงต่ำที่สุดในรอบหลายปี ผลตอบแทนพันธบัตรเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงต่ำที่สุดทำสถิติ ถือเป็นสัญญาณว่าความผันผวนในตลาดน้ำมันกระตุ้นให้หันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

ทำนองเดียวกันแม้จะมีแนวโน้มว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ แต่ในทางกลับกันก็มีนักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยทีเดียวที่เชื่อว่าสหรัฐจะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่รวดเร็วนัก เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงไม่ฟื้นตัวดีพอที่จะรับกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่การว่างงานยังอยู่ในอัตราที่สูง

นอกจากนี้ ทองคำยังได้รับปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงไม่ฟื้นตัวดี โดยล่าสุดมีการปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ในปีนี้จากเดิมที่ 3.4% เป็น 3% แม้หลายประเทศจะได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ต่ำก็ตาม

สำหรับปัจจัยสุดท้ายที่จะทำให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นมาคือ แรงซื้อจากเอเชียซึ่งมีทองคำเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและเป็นผู้บริโภครายใหญ่ แม้เศรษฐกิจของจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าทองคำปริมาณมหาศาลจะชะลอตัว แต่โดยภาพรวมการซื้อทองคำจากเอเชียยังมีสัดส่วนในปริมาณมหาศาลและคิดเป็น 63% ของการบริโภคทองคำทั้งโลกในปี 2013 โดยมีจีนและอินเดียเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด

ด้านธนาคารยูบีเอสของสวิตเซอร์แลนด์รายงานว่า นักลงทุนเริ่มหันมาถือทองคำมากขึ้นโดยเก็งว่าราคาโลหะมีค่าจะปรับขึ้นในระยะยาว สอดคล้องกับธนาคารออสเตรเลีย แอนด์ นิวซีแลนด์ก็เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินจำนวนไม่น้อยที่คาดการณ์ว่า ปี 2015 นี้ราคาทองคำดีดตัวกลับขึ้นมา

ฉะนั้น ในปีนี้ราคาทองคำน่าจะมีทิศทางที่ผันผวนอย่างมากตามปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีทั้งบวกและลบ อย่างไรก็ตามท่ามกลางความผันผวนดังกล่าว มีความเป็นไปได้ว่าแม้ราคาทองคำจะดีดตัวกลับขึ้นมา ก็อาจจะดีดตัวกลับขึ้นได้ไม่มากนัก เนื่องจากเงินเฟ้อที่เป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นราคาทองคำยังคงไม่เติบโต ที่แย่ไปกว่านั้นหลายประเทศกลับเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืดอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด