
พูดง่ายทำยาก
เรียกได้ว่าเป็นไปตามความคาดหมายครับ เมื่อธนาคารโลกได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลง จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวได้ที่ 3.4% เวิลด์แบงก์ได้หั่นลงมาอยู่ที่ 3% ในปีนี้ และในปีหน้าจะโตได้ที่ 3.3% และปี 2017 จะอยู่ที่ 3.2%
เรียกได้ว่าเป็นไปตามความคาดหมายครับ เมื่อธนาคารโลกได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลง จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวได้ที่ 3.4% เวิลด์แบงก์ได้หั่นลงมาอยู่ที่ 3% ในปีนี้ และในปีหน้าจะโตได้ที่ 3.3% และปี 2017 จะอยู่ที่ 3.2%
ธนาคารโลกได้ระบุถึงปัจจัยลบ 4 ประการ ที่มีต่อเศรษฐกิจโลกในปีนี้ไว้ดังนี้ครับ
ประการแรก คือ การค้าโลกที่ยังอ่อนแออย่างต่อเนื่อง อันนี้เห็นได้จากยอดการสั่งผลิต ยอดการส่งออกจากประเทศผู้ผลิตเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของโลกทั้งหลายต่างประสบกับการขยายตัวของการส่งออกที่เชื่องช้าลง แม้กระทั่งประเทศไทยเราเองการส่งออกของไทยก็เจอกับปัญหามาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว และในปีนี้การค้าโลกก็จะยังซึมเซาอยู่ครับ
ประการที่ 2 คือความเสี่ยงต่างๆ นานาที่จะเกิดขึ้นกับตลาดการเงินทั่วโลก โดยมีเหตุปัจจัยหลักมาจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐจะประกาศขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่ธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่เตรียมจะใช้มาตรการคิวอีเร็วๆ นี้ครับ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่จะก่อให้เกิดความไม่แน่ไม่นอนของการไหลเวียนของเงินทุนในตลาดโลก และจะสร้างความเปราะบางให้กับตลาดทุนของประเทศกำลังพัฒนา
ประการที่ 3 คือการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน ดังที่เรียนรับใช้ไว้หลายครั้งว่าราคาน้ำมันที่ลดลงในครั้งนี้เกิดจากปัจจัยที่ผิดปกติ ไม่ใช่เป็นไปตามกลไกที่แท้จริงของราคาน้ำมัน
ยิ่งไปกว่านั้น ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงนี้ยังทำให้หลายประเทศที่ส่งออกน้ำมันเริ่มเจอกับปัญหา ไม่ว่าจะรัสเซีย หรือเวเนซุเอลา โดยเฉพาะรัสเซียนั้นคาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจจะหดตัวรุนแรง และอาจจะเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลกก็เป็นได้
ประการสุดท้าย คือความเสี่ยงของภาวะเงินฝืดอันยาวนาน ทั้งในภูมิภาคยูโรโซนและญี่ปุ่นครับ
ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ธนาคารโลกได้แนะให้ประเทศกำลังพัฒนาเร่งให้ความช่วยเหลือประชากรในกลุ่มยากจนก่อน และเริ่มการปฏิรูปโครงสร้างประเทศโดยควรจะลงทุนใน “คน” เข้าไว้
นอกจากนั้น ก็ควรจะหาทางกำจัดอุปสรรคต่างๆ ที่คอยสกัดการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งในวันนี้ถือว่าภาคเอกชนนั้นเป็นแหล่งที่จะช่วยการสร้างงานได้ดีที่สุดครับ พูดง่ายๆ ก็คือ ธนาคารโลกเน้นให้รัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนาทำตัวให้สะอาดเพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้ลงทุนกันอย่างเต็มที่ และต้องให้การสนับสนุนประชาชนนั่นเอง
เรื่องง่ายๆ แค่นี้ แต่ในบางประเทศแถวๆ นี้ การจะปฏิรูปอะไรก็แล้วแต่ดูเหมือนจะเป็นงานยากเสียเหลือเกินครับ







