
แง้มข้อสอบถอดถอน สงสัยยิ่งลักษณ์ ข้องใจปปช.
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในระหว่างวันที่ 15-16 ม.ค. มีวาระสำคัญ คือ การพิจารณากระบวนการถอดถอน “นิคม ไวยรัชพานิช” อดีตประธานวุฒิสภา “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานรัฐสภา ในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว. และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในระหว่างวันที่ 15-16 ม.ค. มีวาระสำคัญ คือ การพิจารณากระบวนการถอดถอน “นิคม ไวยรัชพานิช” อดีตประธานวุฒิสภา “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานรัฐสภา ในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว. และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว
ในวันนี้จะเป็นการซักถาม “นิคม-สมศักดิ์” และ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” (ป.ป.ช.) ตามขั้นตอน ทางคณะกรรมาธิการรวบรวมประเด็นซักถามที่ สนช.แต่งตั้งก่อนหน้านี้ จะทำหน้าที่ซักถามผู้ถูกกล่าวหาและ ป.ป.ช.แทนสมาชิก สนช.ทุกคน จากนั้นฝ่ายกล่าวหาและฝ่ายถูกกล่าวหาจะชี้แจงคำถามของ สนช.
ทั้งนี้ มีรายงานว่าอดีตประธานวุฒิสภาจะเดินทางตอบคำถามของ สนช.ในวันนี้ด้วยตัวเอง ส่วน ป.ป.ช.ส่ง “วิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช.มาเป็นตัวแทนตามเดิม แต่สำหรับอดีตประธานรัฐสภานั้น สนช.ยังไม่ได้รับรายงานว่าจะเดินทางมายังสภาหรือไม่ แต่มีแนวโน้มว่าจะไม่ขอใช้สิทธิชี้แจง เนื่องจากได้ประเมินกระบวน การถอดถอนด้วยการไม่ยอมส่งตัวแทนมาแถลงเปิดสำนวนต่อ สนช.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
คำถามเบื้องต้นที่ สนช.เตรียมสอบทั้ง “นิคม-สมศักดิ์-ป.ป.ช.” ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนสำนวนของ ป.ป.ช. เช่น การสอบถามในเรื่องความชอบด้วยของกฎหมายที่ ป.ป.ช.ใช้ชี้มูลความผิดอดีตประมุขสองสภาว่ามีความถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว
ต่อด้วย ทำไมอดีตประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานถึงไม่ดำเนินการให้สมาชิกรัฐสภาเสียงข้างน้อยในขณะนั้นได้อภิปรายจนครบทุกคน แต่กลับยอมรับญัตติของอดีต สส.พรรคเพื่อไทยที่ให้ปิดการอภิปราย ส่วนคำถามของอดีตประธานรัฐสภาจะอยู่ที่การทราบหรือไม่ว่ามีการเปลี่ยนถ้อยคำในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนส่งให้รัฐสภาลงมติรับหลักการในวาระที่ 1
ขณะที่คำถามของ สนช.ที่เตรียมมาถาม “ยิ่งลักษณ์” ในวันที่ 16 ม.ค.พบว่ามีถึง 60 คำถาม โดยคณะกรรมาธิการรวบรวมประเด็นซักถามได้พยายามจัดหมวดหมู่ของคำถามให้เหลือประมาณ 20 ข้อ ครอบคลุมใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.เมื่อหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง ป.ป.ช. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีความเห็นให้รัฐบาลในเวลานั้นยุติการดำเนินการโครงการ ภายหลังตรวจสอบพบความเสียหาย แต่ไม่สั่งยุติการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเพื่อยับยั้งความเสียหาย
2.นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลตาม พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มีอำนาจยุตินโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาหรือไม่
สองคำถามดังกล่าวข้างต้นของ สนช.มีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทราบถึงความชัดเจนว่ารัฐบาลได้รับทราบความเสียหายของโครงการหรือไม่ เพื่อประกอบการวินิจฉัยว่าถ้ารัฐบาลพบเห็นความเสียหายแล้วแต่กลับไม่ดำเนินการ ย่อมแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีส่อจงใจกระทำการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
3.ตัวเลขขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมีจำนวนทั้งสิ้นเท่าไหร่ หลังจากตัวเลขที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.ใช้เป็นฐานในการพิจารณาความผิด กับข้อมูลทางบัญชีที่อดีตนายกรัฐมนตรีชี้แจงไม่ตรงกัน
4.ที่ผ่านมาเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในโครงการหรือไม่ และถ้าในกรณีที่พบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ทำไมไม่ใช้อำนาจในฐานะหัวหน้ารัฐบาลดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ด้านข้อสอบที่ สนช.จะยื่นให้กับ ป.ป.ช.นั้นจะเน้นหนักในเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.
- ทำไม ป.ป.ช.ถึงไม่ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐในโครงการรับจำนำข้าวก่อน ถึงค่อยมาชี้มูลความผิดอดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเห็นว่าการจะกล่าวหานายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยไม่ระงับความเสียหาย ก็ควรที่ ป.ป.ช.ต้องมีข้อสรุปว่าในคดีโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐที่ ป.ป.ช.ตั้งข้อหาว่าทุจริตต่อหน้าที่ก่อน เพื่อเป็นฐานในการเอาผิดกับนายกรัฐมนตรีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จากการไม่ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีระงับยับยั้งความเสียหาย
- ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่เหตุใด ป.ป.ช.ถึงยังพิจารณาคดีถอดถอนอีก ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการถอดถอนบุคคลที่ไม่มีตำแหน่งแล้วหรือไม่
โดย สนช.ผู้ตั้งคำถามพยายามเทียบเคียงข้อกฎหมายหลายประการ เช่น การเทียบเคียงกรณีศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบ หากจำเลยได้เสียชีวิต เป็นต้น
- ความเป็นธรรมในการไต่สวนคดีของ ป.ป.ช.ว่าได้มีการอำนวยความยุติธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาอย่างไรบ้าง เนื่องจากมีข้อสงสัยประการสำคัญ คือ ทำไมการไต่สวนคดีโครงการรับจำนำข้าวถึงใช้ระยะเวลาไม่นาน







