
โตแต่เปลือก
รัฐบาลประกาศด้วยความมั่นใจ ปีนี้เศรษฐกิจโตอย่างต่ำ 4.5% หมายความว่าแม้จะเผชิญกับวิกฤตทางการเมือง การก่อวินาศกรรม แต่เศรษฐกิจไทยก็แข็งแรงพอจะผ่านไปได้
รัฐบาลประกาศด้วยความมั่นใจ ปีนี้เศรษฐกิจโตอย่างต่ำ 4.5% หมายความว่าแม้จะเผชิญกับวิกฤตทางการเมือง การก่อวินาศกรรม แต่เศรษฐกิจไทยก็แข็งแรงพอจะผ่านไปได้
แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเหล่านี้น่าจะมองกันว่ามันเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาหรือไม่
และสงครามไพร่แดงเกิดขึ้นเพราะการโตอีแบบนี้หรือเปล่า
เพราะเศรษฐกิจที่โตมันยิ่งแสดงถึงการกระจุกตัวของความมั่งคั่ง และการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวพรวดพราด โดยเฉพาะในไตรมาสแรกที่โต 12% เป็นผลการส่งออกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และสินค้าส่งออกหลักเป็นสินค้าอุตสาหกรรม
อย่าลืม บรรดาสินค้าอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามา
คนไทยได้ประโยชน์ก็แค่การจ้างแรงงาน
จริงอยู่ คนไทยเป็นเจ้าของกิจการด้านการส่งออกเช่นกัน แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก ที่เหลือเป็นธุรกิจข้ามชาติ หรือนักลงทุนต่างชาติ
หากเศรษฐกิจขยายตัวอีแบบนี้ คนที่จะมั่งคั่ง ร่ำรวย ไม่ใช่คนไทยหรอก
แล้วเศรษฐกิจขยายตัวเช่นไร คนไทยถึงจะได้ประโยชน์
ตอบง่ายๆ พื้นฐาน ต้องทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอันเนื่องมาจากการส่งออกสินค้าเกษตร และพืชผลการเกษตรขายได้ราคาดี คนไทยระดับล่างถึงจะได้อานิสงส์แห่งความมั่งคั่ง
ปีนี้พืชผลการเกษตรหลายตัวเป็นยุคทอง อาทิ ยางพารา แต่ข้าวซึ่งเป็นพืชผลหลักกลับสลบไม่ตื่น ชาวนาอยู่ในยุคลำบาก
เศรษฐกิจโต แต่ชาวนาตาย มันจะมีประโยชน์อะไร
และหากโครงสร้างทางเศรษฐกิจสามารถทำให้การท่องเที่ยวเป็นแกนหลัก มันจะทำให้ผลประโยชน์ตกกับเมืองไทยมากกว่า เพราะธุรกิจท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศ
ที่สำคัญ การท่องเที่ยวยังก่อให้เกิดธุรกิจต่อเนื่องมากมายมหาศาลที่ล้วนแต่เป็นธุรกิจของคนไทย และทำให้เกิดการจ้างงานตามมาหลายล้านคน
หากเศรษฐกิจโตเพราะมีการส่งออกเป็นหลัก ขณะที่ข้าวราคาตก ธุรกิจท่องเที่ยวกำลังจะตาย ก็อย่าคุยเสียดีกว่า
เพราะว่าเนื้อในมันกลวงโบ๋







