posttoday
ปลดล็อก ยุบพรรค ปชช.ฟ้องศาลรธน.ได้

ปลดล็อก ยุบพรรค ปชช.ฟ้องศาลรธน.ได้

14 มกราคม 2558

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นประธาน เมื่อวานนี้ ถือเป็นวันที่สองของการพิจารณาเป็นรายมาตราในส่วนสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ประเด็นที่มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากที่สุด คือ บทบัญญัติที่ให้ประชาชนสามารถยื่นเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ เพื่อวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำที่อาจก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะเดียวกับมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 แต่ได้ตัดบทบัญญัติเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองออกไป โดยฝ่ายเลขานุการคณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาในสาระสำคัญดังนี้

“บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพลักษณะก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ ในกรณีที่บุคคลพบเห็นการกระทำย่อมมีสิทธิเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดได้ มีอำนาจสั่งให้เลิกการกระทำหรือสั่งการอื่นได้ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญและวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่การใช้สิทธิเช่นว่านี้ไม่กระทบกระเทือนต่อการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำดังกล่าว”

จากนั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญหลายคนได้สลับกันอภิปรายเพื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหา เช่น การขอให้กำหนดการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน 2 ช่องทาง ประกอบด้วย 1.การยื่นผ่านอัยการสูงสุด เพื่อให้เป็นหน้าที่ของทนายแผ่นดินในการดำเนินการ 2.ให้ประชาชนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการตีความเหมือนกับอดีตอีก

ด้านฝ่ายเลขานุการยกร่างฯ ชี้แจงว่า มาตรานี้มีไว้เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจสั่งการ หรือมีมาตรการชั่วคราวเพื่อให้หยุดการกระทำที่จะกระทบต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันเป็นหลักการสูงสุดของชาติ ในทางกลับกัน ถ้าไม่มีมาตรานี้จะทำให้ขาดมาตรการการปกป้องหลักการสูงสุดของชาติไปโดยปริยาย โดยอำนาจการสั่งการอื่นของศาลรัฐธรรมนูญจะถูกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ

ท้ายที่สุดแล้ว ที่ประชุมคณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังให้คงเนื้อหาไว้ตามเดิมตามที่ฝ่ายเลขานุการนำเสนอ แต่ได้เพิ่มถ้อยคำที่ให้ “กลุ่มบุคคล” สามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้

ขณะเดียวกัน คณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังได้ให้ความเห็นชอบหลักการเดิมของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 29 ที่ว่าด้วยการป้องกันไม่ให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญถูกละเมิด แม้จะสามารถออกกฎหมายได้ในบางกรณี แต่การออกกฎหมายดังกล่าวจะกระทำได้เท่าที่จำเป็น โดยจะกระทบต่อสาระสำคัญแห่งสิทธิเสรีภาพนั้นไม่ได้

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ไม่สามารถหาข้อยุติได้ คือ ขอบเขตของการใช้สิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นหลักการเดิมที่มีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 28 โดยมีสาระสำคัญว่า “บุคคลย่อมใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการส่งเสริม สนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเหมาะสมจากรัฐ”

สาเหตุที่ไม่สามารถมีความเห็นชอบร่วมกันได้ เพราะ กมธ.ยกร่างฯ หลายคนต้องการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นสภาพบังคับแก่รัฐว่าต้องมีหน้าที่ส่งเสริม คุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ฝ่ายเลขานุการไม่เห็นด้วย ทำให้ต้องยุติการพิจารณาเอาไว้ก่อน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท