
อย่าขัดแย้ง
นักวิเคราะห์การเมืองเริ่มทำนายทายทักว่าปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นจุดตายของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากประชาชนคาดหวังว่าเมื่อปัญหาการเมืองเริ่มคลี่คลายภาวะเศรษฐกิจที่อึมครึมในช่วงที่มีการชุมนุมจะฟื้นตัวขึ้น
นักวิเคราะห์การเมืองเริ่มทำนายทายทักว่าปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นจุดตายของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากประชาชนคาดหวังว่าเมื่อปัญหาการเมืองเริ่มคลี่คลายภาวะเศรษฐกิจที่อึมครึมในช่วงที่มีการชุมนุมจะฟื้นตัวขึ้น
แต่เพียงแค่เริ่มเดือนแรกของปีนี้ ภาพเศรษฐกิจยังคงซบเซาจนทำให้คนเริ่มลดความเชื่อมั่นในรัฐบาลว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เชิญนักธุรกิจชั้นนำราว 25 คน มาหารือกับ คสช.ในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
การเคลื่อนไหวในนามของ คสช.เพื่อจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ดูจะเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนระหว่างการทำงานของ คสช.และรัฐบาล เพราะทั้งหัวหน้า คสช.และรองหัวหน้า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ก็นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาลนี้อยู่ ข้อมูลเศรษฐกิจก็มีครบถ้วน และรัฐบาลก็มีการประชุมกับภาคเอกชนอยู่ตลอดเวลา ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดเวที คสช.พบนักธุรกิจขึ้นมาก็ได้
หากมองปรากฏการณ์นี้ทางด้านการเมือง เห็นได้ชัดเจนว่า คสช.ให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนควรจะดีใจ แต่อาจทำให้เห็นภาพซ้อนขึ้นมาว่า คสช.ไม่พอใจการทำงานของทีมเศรษฐกิจ ที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมหรือไม่ จึงต้องใช้อำนาจของประธาน คสช.เรียกนักธุรกิจมาหารือเอง
ปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในขณะนี้ เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ ไม่ได้ฟื้นตัวจริงตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ และส่งผลกระทบลามเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก การแก้ไขปัญหาจะต้องอาศัยความสามัคคี การเสียสละ การร่วมมือร่วมใจที่จะผ่านวิกฤตไปให้ได้
ทว่าตั้งแต่มีรัฐบาลขึ้นมา ในกระทรวงเศรษฐกิจที่มีคนของ คสช.เข้าไปนั่งบริหาร ทั้งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงพาณิชย์ ดูเหมือนจะไม่มีผลงานอะไรที่โดดเด่นสักเรื่อง การเร่งลงทุนโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานส่วนใหญ่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคม ก็ยังไม่มีออกมาเป็นชิ้นเป็นอันที่จะผลักดันเศรษฐกิจได้
ส่วนกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่สามารถที่จะดูแลปัญหาค่าครองชีพให้ประชาชนได้ การส่งออกที่มีปัญหาก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยผลักดันปรับยุทธศาสตร์ให้การส่งออกดีขึ้น ปัญหาค้ามนุษย์ที่ทำให้นานาชาติต่อต้านสินค้าประมงจากไทยก็ไม่ได้รับการแก้ไข
ไม่ว่าจะในนามรัฐบาลหรือในนาม คสช. รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบการบริหารประเทศบนความคาดหวังของประชาชนได้ การร่วมแรงร่วมใจแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจึงมีความจำเป็นอย่างมาก
พล.อ.ประยุทธ์ ควรจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้ให้มาก เพราะการไม่มีเอกภาพในการทำงานจะทำให้ความเชื่อมั่นหดหายไป ไม่ควรมีความขัดแย้งขึ้นในคณะรัฐมนตรี เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก







