posttoday
คิวอียุโรปแรงไม่พอ ไร้ผลฉุดศก.-สะเทือนตลาด

คิวอียุโรปแรงไม่พอ ไร้ผลฉุดศก.-สะเทือนตลาด

13 มกราคม 2558

หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อกลุ่มยูโรโซนประจำเดือน ธ.ค. 2014 ว่าปรับลดต่ำลงอีก 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2013 แถมยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 ที่ดัชนีราคาผู้บริโภค ตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดไปอยู่ในแดนลบ

หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อกลุ่มยูโรโซนประจำเดือน ธ.ค. 2014 ว่าปรับลดต่ำลงอีก 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2013 แถมยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 ที่ดัชนีราคาผู้บริโภค ตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดไปอยู่ในแดนลบ

เค้าลางภาวะเงินฝืดที่คุกคามเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปก็เริ่มมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และยิ่งทำให้นักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำหลายสำนักมั่นใจว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)

หรืออาจพูดได้ว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่อีซีบีจะประกาศใช้นโยบายคิวอีหลังสิ้นสุดการประชุมของคณะกรรมการในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ตามที่ มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ออกมาส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้า

แม้จะถือเป็นข่าวดีที่อีซีบีตัดสินใจงัดมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคให้สามารถขยับเคลื่อนไปข้างหน้า หรือหลีกเลี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทว่าในมุมมองของนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่กลับเห็นว่า แผนคิวอีของยุโรปคราวนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อเศรษฐกิจทั้งของยุโรป หรือกระทั่งของทั่วโลกตามที่หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าจะเกิดขึ้นเหมือนเมื่อครั้งที่สหรัฐงัดนโยบายคิวอีขึ้นมาใช้

เหตุผลเพราะปริมาณเม็ดเงินคิวอีที่อีซีบีใช้ที่ 5 แสนล้านยูโร ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับคิวอีที่สหรัฐงัดขึ้นมาใช้จัดการกับเศรษฐกิจของตน โดยเมื่อเทียบกับเฉพาะมาตรการคิวอีรอบที่ 3 ของสหรัฐในปี 2013 ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้เงินซื้อพันธบัตรและตราสารหนี้เกือบ 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ปริมาณเงินคิวอีครั้งนี้ของอีซีบีน้อยกว่าของเฟดถึง 30 เท่า

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับสถานการณ์เงื่อนไขทางเศรษฐกิจของยุโรปในปัจจุบัน ทั้งเงินเฟ้อติดลบ กำลังการบริโภคชะลอตัว อัตราการว่างงานยังค่อนข้างสูง และการขยายตัวทางเศรษฐกิจเริิ่มหดตัวลง เห็นได้จากความเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอย่างเยอรมนี ที่ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) หนึ่งในตัวชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจในเดือน พ.ย. 2014 ลดลง 0.1% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ยุโรปต้องการยาแรงกว่าที่สหรัฐใช้

ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากคิวอีของยุโรปคราวนี้จะได้ผลหรือไม่ยังขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์ที่อีซีบีจะเข้าซื้อ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนหนึ่งอธิบายว่า สำหรับอีซีบีที่มักดำเนินนโยบายแนวอนุรักษนิยมหรือปลอดภัยไว้ก่อน การเข้าซื้อสินทรัพย์ตามนโยบายคิวอีคราวนี้จึงมีแนวโน้มจะจำกัดเฉพาะสินทรัพย์น่าลงทุน โดยเท่ากับว่าสินทรัพย์ที่ไม่น่าลงทุนอย่างพันธบัตรรัฐบาลสเปน หรือพันธบัตรรัฐบาลกรีซจะไม่รวมอยู่ด้วย ซึ่งจะส่งผลกระเทือนต่อเสถียรภาพโดยรวมของค่าเงินยูโรอย่างไม่ต้องสงสัย

ยิ่งไปกว่านั้น สินทรัพย์น่าลงทุนของยูโรโซนในขณะนี้เองก็มีราคาแพงและผลตอบแทนต่ำอยู่แล้ว ดังนั้นการใช้คิวอีของอีซีบีครั้งนี้จึงไม่ส่งผลกระทบเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของยุโรปในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ค่าเงินยูโรในปัจจุบันเมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐถือได้ว่าอ่อนค่าลงอย่างมาก และยังทำสถิติอ่อนสุดในรอบ 9 ปี เมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แถมตลอดทั้งปี 2014 ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนลงมากกว่า 14% โดยนักวิเคราะห์ให้เหตุผลว่าสืบเนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าอีซีบีจะใช้มาตรการคิวอี

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ เคยมีการศึกษาเรื่องผลกระทบนโยบายคิวอีของสหรัฐต่อค่าเงินเหรียญสหรัฐของเฟดสาขาซานฟรานซิสโกในเดือน เม.ย. 2013 ระบุว่า กุญแจสำคัญก็คือความเซอร์ไพรส์ของตลาด ดังนั้นเมื่อการใช้คิวอีของยุโรปครั้งนี้ที่เป็นไปตามการคาดการณ์ของนักลงทุน จึงไม่ได้เป็นเซอร์ไพรส์ใดๆ ส่งผลให้กรณีที่อีซีบีประกาศใช้คิวอีในปลายนี้จะกระทบต่อการอ่อนค่าของเงินยูโรเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนั่นเอง

อัลเบอร์โต กัลโล หัวหน้าศูนย์วิจัยสินเชื่อระดับมหภาคของธนาคารอาร์บีเอส ยอมรับว่า ความเคลื่อนไหวที่อ่อนค่าของค่าเงินยูโรต่อเงินเหรียญสหรัฐข้างต้น อาจส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของยูโรโซนใน
ระยะสั้นๆ เท่านั้น

เพราะตราบใดที่อีซีบียังไม่สามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคภายในประเทศเพิ่มระดับการใช้จ่ายของตนเองให้มากขึ้นจนหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดได้ ตราบนั้นต่อให้ใช้คิวอีมากแค่ไหนก็ไม่เป็นผล ยกเว้นก็แต่ทำให้นักลงทุนในตลาดมีเงินในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เพราะมีต้นทุนถูกที่สามารถนำไปต่อยอดลงทุนในตลาดสหรัฐที่กำลังฟื้นตัว และตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนการเติบโตแกร่ง เหมือนเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้

เท่านั้นยังไม่พอ การใช้คิวอีของอีซีบีที่อาจจะมีขึ้นครั้งนี้ ยังไม่ส่งผลแก้ปัญหาภาวะเงินฝืด เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะน้ำมันปรับตัวลดต่ำลงอย่างมากในรอบหลายปี ทำให้ ปีเตอร์
ปราเอต์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อีซีบี ยอมรับว่า ผู้บริโภคในยุโรปมีแนวโน้มชะลอการใช้จ่ายเพื่อรอให้สินค้าถูกลงอีกจนยุโรปเสี่ยงต่อการเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพราะเงินฝืด 

แน่นอนว่า การพิจารณาใช้คิวอีของอีซีบีครั้งนี้ย่อมส่งผลเชิงบวกต่อตลาดในทางจิตวิทยา แต่ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่การเติบโตชะลอตัว หรือเป็นไปอย่างเชื่องช้า บวกกับปัจจัยเงินฝืดที่มีสิทธิลุกลามได้ทุกเมื่อเพราะราคาน้ำมันไม่เป็นใจ ขณะที่ปริมาณคิวอีก็ไม่ถือว่าสูงมาก การเปลี่ยนแปลงหรือผลกระทบที่จะสั่นคลอนสถานการณ์ตลาดหรือความเคลื่อนไหวของนักลงทุนทั่วโลกหลังใช้คิวอีของอีซีบี อาจไม่เกิดขึ้นตามที่อีซีบีคาดหวังไว้ก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท